พยาบาล 2.5 ปี พระบรมราชชนก 2569 รับคนจบปริญญาตรี 300 คน GPAX 2.50
สถาบันพระบรมราชชนก…

สถาบันพระบรมราชชนก เปิดรับพยาบาล 2.5 ปี สำหรับคนจบปริญญาตรีสาขาอื่น รับ 300 คน ปี 2569
อีกหนึ่งโอกาสสำหรับผู้ที่เรียนจบปริญญาตรีมาแล้ว แต่อยากเปลี่ยนเส้นทางมาเรียนสายพยาบาล!
สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข เปิดรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาอื่น ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2569 เปิดรับรวม 300 คน กระจายการเรียนในวิทยาลัยพยาบาล 6 แห่งทั่วประเทศ โดยกำหนดเปิดภาคการศึกษาในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2569
จุดที่น่าสนใจคือ ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาที่ไม่ใช่พยาบาลศาสตร์ และกำหนด GPAX ขั้นต่ำเพียง 2.50 จึงเป็นอีกเส้นทางสำหรับคนจบปริญญาตรีที่ต้องการกลับมาเรียนเพื่อเข้าสู่วิชาชีพพยาบาล
สรุปข้อมูลรับสมัคร
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| สถาบัน | สถาบันพระบรมราชชนก |
| คณะ | คณะพยาบาลศาสตร์ |
| หลักสูตร | พยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาอื่น |
| ภาคการศึกษา | ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 |
| จำนวนรับรวม | 300 คน |
| จำนวนสถานศึกษา | 6 วิทยาลัยพยาบาล |
| GPAX ขั้นต่ำ | 2.50 |
| ส่วนสูงขั้นต่ำ | 150 ซม. |
| อายุ | ไม่เกิน 45 ปี ณ วันเปิดภาคการศึกษา |
| ค่าสมัคร | 500 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมธนาคาร |
| วิธีคัดเลือก | สอบข้อเขียน + สอบสัมภาษณ์ |
| เปิดภาคเรียน | 23 พฤศจิกายน 2569 |
ข้อมูลคุณสมบัติและจำนวนรับเป็นไปตามประกาศหลักของสถาบัน
จำนวนรับ 300 คน เรียนที่ไหนบ้าง?
สถาบันพระบรมราชชนกกำหนดสถานที่ศึกษาไว้ทั้งหมด 6 แห่ง โดยแต่ละแห่งรับ 50 คน รวมทั้งสิ้น 300 คน
| วิทยาลัยพยาบาล | จำนวนรับ |
|---|---|
| วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท | 50 คน |
| วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา | 50 คน |
| วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี | 50 คน |
| วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี | 50 คน |
| วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ | 50 คน |
| วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม | 50 คน |
| รวม | 300 คน |
อย่างไรก็ตาม จำนวน 50 คนของแต่ละวิทยาลัยไม่ได้เปิดเป็นโควตาประเภทเดียวทั้งหมด แต่แบ่งเป็น 3 ประเภทโควตา ตามแผนการรับของแต่ละสถานศึกษา ได้แก่
1. โควตาหน่วยบริการสุขภาพภาครัฐ — 70% ของแผนรับ
สำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ในสถานบริการที่อยู่ภายใต้การกำกับหรือดำเนินการโดยภาครัฐ และให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน เช่น โรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ รพ.สต. และหน่วยบริการสุขภาพภาครัฐอื่นตามที่กำหนด
2. โควตาหน่วยบริการสุขภาพคู่ความร่วมมือ — 10% ของแผนรับ
สำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการสุขภาพที่มีข้อตกลงหรือความร่วมมือในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติทางการพยาบาลกับวิทยาลัยที่เปิดรับ
3. โควตาบุคคลทั่วไป — 20% ของแผนรับ
สำหรับผู้สมัครที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดและเขตสุขภาพที่เปิดรับ และมีคุณสมบัติตามประกาศ
ดังนั้น ก่อนสมัครควรตรวจสอบ ภาคผนวก 1 จำนวนการรับ ให้ละเอียด เพราะแต่ละวิทยาลัยกำหนดจังหวัด เขตสุขภาพ และจำนวนโควตาแตกต่างกัน
คุณสมบัติผู้สมัคร
ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามที่สถาบันกำหนด ได้แก่
- มีสัญชาติไทย และสามารถพูด อ่าน และเขียนภาษาไทยได้
- อายุ ไม่เกิน 45 ปี ณ วันเปิดภาคการศึกษา
- มีสุขภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ และไม่มีความพิการหรือความผิดปกติที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
- มีความประพฤติดี
- ไม่เป็นภิกษุ สามเณร หรือนักบวชตามเงื่อนไขที่ระบุในประกาศ
- มีส่วนสูง ไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร
คุณสมบัติด้านการศึกษา
ส่วนนี้สำคัญมาก ผู้สมัครต้อง
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทุกสาขาที่ไม่ใช่สาขาพยาบาลศาสตร์ และมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรระดับปริญญาตรี หรือ GPAX ไม่น้อยกว่า 2.50 จากคะแนนเต็ม 4.00
วุฒิการศึกษาต้องมาจากหลักสูตรที่ได้รับการเผยแพร่โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่วนผู้จบจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศต้องเป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่มีหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศนั้น
เอกสารที่ใช้สมัคร
เอกสารหลักที่ผู้สมัครต้องเตรียม เช่น
- สำเนาวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี เช่น ปริญญาบัตรหรือใบรับรองคุณวุฒิ
- Transcript ระดับปริญญาตรี
- สำเนาบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ–นามสกุล หากมี
- สำเนาทะเบียนสมรส หากมี
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ผลสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษย้อนหลัง ไม่เกิน 2 ปี หากมี
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับโควตาหน่วยบริการสุขภาพ
ผู้สมัคร โควตาหน่วยบริการสุขภาพภาครัฐ และ โควตาหน่วยบริการสุขภาพคู่ความร่วมมือ ต้องยื่นเพิ่มเติม ได้แก่ หนังสืออนุญาตและรับรองจากผู้บังคับบัญชา และหลักฐานแสดงสถานะการปฏิบัติงาน เช่น บัตรประจำตัวข้าราชการหรือบัตรพนักงานของรัฐตามกรณี
ที่สำคัญ ผู้สมัครต้องนำ ไฟล์เอกสารฉบับจริง พร้อมหนังสือเอกสารตัวจริงต่าง ๆ ไปแสดงในวันสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ด้วย
เกณฑ์การสอบคัดเลือก
การคัดเลือกประกอบด้วย สอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์
สอบข้อเขียน 130 คะแนน
ใช้เวลาสอบ 2 ชั่วโมง 30 นาที แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่
| วิชาสอบ | จำนวนข้อ |
|---|---|
| ภาษาอังกฤษ | 60 ข้อ |
| การคิดวิเคราะห์/คิดอย่างมีเหตุผล | 40 ข้อ |
| สมรรถนะการทำงานในอนาคต | 30 ข้อ |
| รวม | 130 ข้อ |
ผู้สมัครต้องได้คะแนนข้อเขียน แต่ละด้านไม่น้อยกว่า 30%
สอบสัมภาษณ์ 100 คะแนน
การสัมภาษณ์พิจารณาความเหมาะสมของผู้สมัคร เช่น แรงจูงใจและเจตคติต่อวิชาชีพพยาบาล ความพร้อมในการศึกษา ความรับผิดชอบ การสื่อสาร บุคลิกภาพ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการประกอบวิชาชีพพยาบาล
ผู้สมัครต้องได้คะแนนสัมภาษณ์ ไม่น้อยกว่า 60% จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
น้ำหนักคะแนนแต่ละโควตาไม่เหมือนกัน
อีกจุดที่ผู้สมัครควรเช็กให้ดีคือ น้ำหนักคะแนนของแต่ละประเภทโควตาแตกต่างกัน
| องค์ประกอบ | ภาครัฐ | คู่ความร่วมมือ | บุคคลทั่วไป |
|---|---|---|---|
| ภาษาอังกฤษ | 30% | 30% | 35% |
| คิดวิเคราะห์/คิดอย่างมีเหตุผล | 30% | 30% | 35% |
| สมรรถนะการทำงานในอนาคต | 20% | 20% | 20% |
| สัมภาษณ์ | 20% | 20% | 10% |
คะแนนรวมจะถูกใช้จัดลำดับผู้ผ่านการคัดเลือก โดยผู้มีคะแนนรวมสูงกว่าจะได้รับการจัดลำดับก่อนตามจำนวนรับของจังหวัด ประเภทโควตา และสถานศึกษาที่กำหนด หากคะแนนรวมเท่ากัน จะพิจารณาคะแนนสอบข้อเขียนก่อน และหากยังเท่ากันจึงพิจารณาคะแนนสัมภาษณ์ตามลำดับ
กำหนดการรับสมัคร พยาบาลสำหรับผู้จบปริญญาตรี ปี 2569
ปฏิทินอย่างเป็นทางการกำหนดขั้นตอนไว้ดังนี้
| กิจกรรม | กำหนดการ |
|---|---|
| ประชาสัมพันธ์ | กันยายน 2569 |
| เปิดรับสมัครออนไลน์ | 24 ก.ย. 2569 เวลา 08.30 น. – 3 ต.ค. 2569 เวลา 17.00 น. |
| ชำระเงินค่าสมัคร | 24 ก.ย. – 4 ต.ค. 2569 |
| ตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสาร | 24 ก.ย. – 4 ต.ค. 2569 |
| ประกาศผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียน/สัมภาษณ์ | 8 ต.ค. 2569 |
| สอบข้อเขียน | 14 ต.ค. 2569 |
| สอบสัมภาษณ์ | 14 ต.ค. 2569 |
| ประมวลผลคัดเลือก | 16 ต.ค. 2569 |
| ประกาศผู้ผ่านข้อเขียนและสัมภาษณ์/มีสิทธิ์ตรวจร่างกาย | 19 ต.ค. 2569 |
| ตรวจร่างกาย | ภายใน 19–22 ต.ค. 2569 |
| ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา | 26 ต.ค. 2569 |
| ชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้า | 27–29 ต.ค. 2569 |
| ประกาศรายชื่อนักศึกษาใหม่ | 3 พ.ย. 2569 |
| รายงานตัวและปฐมนิเทศ | 9 พ.ย. 2569 |
| เตรียมความพร้อมก่อนเรียน | 9–20 พ.ย. 2569 |
| เปิดภาคเรียน | 23 พ.ย. 2569 |
ทั้งนี้ สถาบันระบุว่ากำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบประกาศจากระบบรับสมัครอีกครั้งก่อนดำเนินการแต่ละขั้นตอน
ค่าสมัคร
ค่าสมัครสอบอยู่ที่ 500 บาท ไม่รวมค่าบริการของธนาคาร โดยชำระผ่านธนาคารกรุงไทยตามช่องทางที่สถาบันกำหนด
ส่วนผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้าและค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามอัตราค่าธรรมเนียมของสถาบันพระบรมราชชนกอีกครั้ง
สมัครเรียนที่ไหน?
สมัครผ่านระบบรับสมัครนักศึกษาของ สถาบันพระบรมราชชนก (PBRI Admission) โดยต้องลงทะเบียนสร้างบัญชีก่อนเริ่มกรอกใบสมัคร ระบบกำหนดให้รหัสผ่านมีอย่างน้อย 8 ตัวอักษร และประกอบด้วยตัวพิมพ์เล็ก ตัวพิมพ์ใหญ่ และตัวเลขอย่างน้อยอย่างละ 1 ตัว
👉 สมัครเรียนออนไลน์ – PBRI Admission
👉 หน้าระบบรับสมัคร สถาบันพระบรมราชชนก
ลิงก์ประกาศรับสมัครและเอกสาร
ประกาศอย่างเป็นทางการเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 และในหน้าประกาศมีเอกสารให้ดาวน์โหลดครบทั้งประกาศหลัก ภาคผนวกจำนวนรับ ปฏิทิน และหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชา
👉 ประกาศรับสมัคร พยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาอื่น
👉 ดาวน์โหลดประกาศรับสมัครฉบับเต็ม PDF
👉 ภาคผนวก 1 จำนวนรับและพื้นที่โควตา PDF
👉 ภาคผนวก 2 ปฏิทินการรับสมัคร PDF
สรุป
สำหรับคนที่ เรียนจบปริญญาตรีสาขาอื่นแล้ว แต่อยากเรียนพยาบาล รอบนี้ถือเป็นช่องทางที่ควรศึกษาไว้ เพราะสถาบันพระบรมราชชนกเปิดหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตสำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่นโดยเฉพาะ รับรวมถึง 300 คน จาก 6 วิทยาลัย กำหนด GPAX ขั้นต่ำ 2.50 อายุไม่เกิน 45 ปี และส่วนสูงตั้งแต่ 150 ซม.ขึ้นไป โดยเปิดรับสมัครออนไลน์ 24 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569
ผู้สมัครควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าตนเองอยู่ใน โควตาหน่วยบริการสุขภาพภาครัฐ, โควตาหน่วยบริการสุขภาพคู่ความร่วมมือ หรือโควตาบุคคลทั่วไป รวมถึงตรวจจังหวัดที่มีสิทธิ์สมัครจากภาคผนวกจำนวนรับก่อนยื่นใบสมัคร เนื่องจากแต่ละวิทยาลัยกำหนดพื้นที่และจำนวนรับแตกต่างกัน




