ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DreamNestHubDreamNestHub
เผยแพร่ โดย ทีมงาน Dream Nest Hub

เภสัช ม.มหิดล TCAS69 รอบ 1/1 Portfolio รับ 20 ที่นั่ง

สรุปสั้น

เภสัช ม.มหิดล TCAS69 รอบ 1/1 Portfolio รับ 20 ที่นั่ง

คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล TCAS69 รอบ 1/1 Portfolio ปีการศึกษา 2569 หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (ภ.บ.) รับ 20 ที่นั่ง — รอบ 1/2 ไม่เปิดรับ หมายความว่า Portfolio รอบ 1/1 คือโอกาสเดียวของรอบ 1 สำหรับเภสัช มหิดล เด่นที่จุดที่ รับทุกแผนการเรียน — วิทย์-คณิต, ศิลป์-คำนวณ ฯลฯ ไม่กำหนดหน่วยกิตเฉพาะกลุ่มสาระ — แต่ต้องมีเกรดสาย วิทย์/เคมี ตามเกณฑ์ที่กำหนด

เกณฑ์หลัก — GPAX ≥ 3.50 (4 ภาคเรียน) และ GPA วิทย์-เคมี ≥ 3.50 ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร 360,000 บาท (เฉลี่ยภาคละ ~30,000 บาท) รับทั้งนักเรียนระบบไทย Grade 12 (สหรัฐ) และ Year 13 (UK/International) ปฏิทินสำคัญ — สมัคร 1-16 ต.ค. 2568 Portfolio ที่แข่งได้ต้องโชว์โครงงานวิทย์-เคมี ค่ายเภสัช และจิตอาสาด้านสุขภาพ ดูเกณฑ์ทั้งหมดและสมัครที่ tcas.mahidol.ac.th


เกณฑ์การรับสมัคร MU-TCAS 2569 รอบ 1/1 (Portfolio) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล: คู่มือฉบับเข้าใจง่ายสำหรับ ม.6 ครู และผู้ปกครอง

ทำความเข้าใจภาพรวมให้ชัดก่อนเริ่ม

  • รอบ/ระบบ: TCAS รอบที่ 1 Portfolio (รอบที่ 1/1) ปีการศึกษา 2569
  • คณะ/หลักสูตร: คณะเภสัชศาสตร์ – หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (ภ.บ.)
  • จำนวนรับ: 20 ที่นั่ง ในรอบ 1/1 (รอบ 1/2 ไม่เปิดรับ)
  • ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร: 360,000 บาท (เฉลี่ย ภาคการศึกษาละ ~30,000 บาท)
  • กลุ่มเป้าหมายผู้สมัคร: ม.6 / Grade 12 (ระบบอเมริกัน) / Year 13 (ระบบอังกฤษ – International High School)

คุณสมบัติพื้นฐานและเกณฑ์ที่ต้องมี

1) คุณสมบัติการศึกษา

  • กำลังศึกษา ชั้น ม.6 หรือ Grade 12 (US) หรือ Year 13 (UK/International)
  • รับทุกแผนการเรียน (วิทย์-คณิต, ศิลป์-คำนวณ, ฯลฯ) – ไม่กำหนดหน่วยกิตเฉพาะกลุ่มสาระ แต่ กำหนดเกรดขั้นต่ำ ดังนี้

2) เกณฑ์คะแนนสะสม (สำหรับผู้ที่ “กำลังศึกษา”)

  • GPAX (เฉลี่ยสะสมทั้งหลักสูตร 4 ภาคเรียน): ≥ 3.50
  • GPA รายกลุ่มสาระ (4 ภาคเรียน):
    • วิทยาศาสตร์ – เคมี: ≥ 3.50
    • วิทยาศาสตร์ – ชีววิทยา: ≥ 3.50
    • วิทยาศาสตร์ – ฟิสิกส์: ≥ 3.50
    • คณิตศาสตร์: ≥ 3.50
    • ภาษาต่างประเทศ – อังกฤษ: ≥ 3.50
เคล็ดลับ: ถ้าเทอมใดเกรดตก กลับมาฟื้นเทอมถัดไป + เสริมคะแนนวิทย์-คณิต-อังกฤษให้ถึงเกณฑ์ทุกตัว เพราะ ทุกกลุ่มสาระต้องผ่านขั้นต่ำ

3) คุณสมบัติพิเศษ (ช่วย “บวกคะแนน”)

3.1 คะแนนภาษาอังกฤษมาตรฐาน
  • MU-ELT ≥ 84
  • TOEIC ≥ 600
  • TOEFL iBT ≥ 64
  • IELTS ≥ 5.0
  • TOEFL ITP (จัดสอบโดยมหิดล) ≥ 500
  • Duolingo English Test ≥ 90
หมายเหตุสำคัญ: ไม่มีคะแนนอังกฤษก็สมัครได้ แต่ จะไม่ได้คะแนนส่วนที่ 4 (ภาษาอังกฤษ 5%) ในเกณฑ์คัดเลือก
3.2 เอกสาร/รางวัลช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
  • ทักษะทางวิชาการ
    • ผ่านค่าย/รางวัล สอวน. (ค่าย 1 ขึ้นไป – เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ คณิต คอม)
    • รางวัล ระดับชาติ/นานาชาติ/ภูมิภาค ในสายวิทยาศาสตร์จากหน่วยงานที่เชื่อถือได้
  • ความเป็นผู้นำ
    • หนังสือรับรอง หัวหน้าโครงการ/หัวหน้าชมรม ด้านเภสัช/แพทย์/สาธารณสุข
    • บทบาท ผู้จัด/ผู้แทนโรงเรียน ในกิจกรรมทางสุขภาพกับหน่วยงานที่ยอมรับ
  • ทักษะการวิจัย
    • รางวัลโครงงานวิจัย ระดับชาติ/นานาชาติ ที่เกี่ยวข้องกับเภสัช/แพทย์/สาธารณสุข/วิทยาศาสตร์ (แนบรายละเอียดองค์กรผู้ออกเกียรติบัตร ระดับของหน่วยงาน ประเภท “แข่งขัน” หรือ “เข้าร่วม” และบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน)
3.3 Statement of Purpose (SoP) เด่นชัด

คุณสมบัติเฉพาะเพิ่มเติม

  • สัญชาติไทย
  • ประวัติอาญา: ไม่เคยต้องโทษจำคุกถึงที่สุด/คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก
  • แรงจูงใจ: มีความตั้งใจเรียนต่อหลักสูตรเภสัช ม.มหิดลอย่างจริงจัง
  • สุขภาพ: แข็งแรง ปราศจากโรคหรือภาวะที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน/วิชาชีพ
    • รวมถึง ตาบอดสี (ต้องตรวจ Ishihara Test และ Farnsworth D-15 hue Test โดยแพทย์และระบุว่า “ไม่มีผลต่อการเรียน”)
    • ปัญหาการได้ยิน/การเห็น/โรคติดต่ออันตราย/โรคจิตเวช/ภาวะเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่สภาเภสัชกรรมกำหนด
    • ต้องมี ใบรับรองแพทย์ ตามแบบฟอร์มคณะ

เกณฑ์ “สัดส่วนคะแนนคัดเลือก” (เต็ม 100%)

รายการประเมิน สัดส่วน
1) คุณสมบัติทักษะทางวิชาการ 30%
2) ความเป็นผู้นำ 15%
3) ทักษะการวิจัย 20%
4) คะแนนภาษาอังกฤษ* 5%
5) Statement of Purpose (SoP) 10%
6) สัมภาษณ์ 20%
7) ผลตรวจสุขภาพ –
รวม 100%
เสียคะแนนส่วนนี้ไป 5%
ข้อควรรู้: ดุลยพินิจของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด ดังนั้นเอกสารต้องจริงครบและสื่อสาร “ตัวตน+ศักยภาพ” ให้ชัด

เอกสารที่ต้องอัปโหลดในระบบสมัคร (Checklist พร้อมสเปกไฟล์)

  1. รูปถ่ายดิจิทัล ขนาด 1.5×2 นิ้ว หน้าตรง เห็นหน้าชัด ~80% พื้นหลังขาว/ฟ้า/น้ำเงิน ชุดนักเรียน/สุภาพ ไม่สวมหมวก/แว่นตา
    • ไฟล์ .jpg กว้าง 180–500 px สูง 200–600 px ขนาด ≤ 240 KB (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
  2. บัตรประชาชน (ด้านหน้า) + รับรองสำเนาถูกต้อง (ลายเซ็นชื่อ-สกุล)
    • ไฟล์ .pdf ≤ 2 MB
    • ถ้าชื่อ-สกุลในบัตร ไม่ตรง ปพ.1 ให้แนบ หลักฐานเปลี่ยนชื่อ/สกุล รวมไว้ไฟล์เดียวกัน
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน (หน้าแรก + หน้าที่มีชื่อผู้สมัคร) + รับรองสำเนาถูกต้อง
    • ไฟล์ .pdf ≤ 2 MB (สแกนหน้าเดียวกัน)
  4. ระเบียนผลการเรียน ปพ.1 ม.4–ม.5 (4 ภาคเรียน) โรงเรียนออกให้ + ตราประทับ
    • ถ้ามี 2 หน้า สแกนทั้งหน้า-หลัง รวมไฟล์เดียว + ลงนามรับรอง ทั้งสองหน้า
    • ไฟล์ .pdf ≤ 2 MB
  5. ใบรับรองคะแนนส่วนกลาง (GPAX/GPA 4 ภาคเรียน) ตามแบบฟอร์มมหิดล
  6. ผลตรวจสุขภาพ ตามแบบฟอร์มคณะ (ออกโดย รพ.รัฐ/เอกชน)
    • แนบผล ตา (Ishihara, Farnsworth D-15) และ เอกซเรย์ปอด (CXR รายงาน)
    • อายุใบรับรอง ไม่เกิน 6 เดือน
  7. ผลสอบภาษาอังกฤษ (ถ้ามี, อายุผล ≤ 2 ปี)
  8. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ไม่เกิน 10 หน้า (ไม่ต้องมีปก/คำนำ/สารบัญ/ตกแต่งเกินจำเป็น) – ภาษาไทยหรืออังกฤษ
    • ส่วนที่ 1: Statement of Purpose (SoP)
      • โครงเรื่อง: เหตุผลเรียนที่คณะเภสัช ม.มหิดล เป้าหมายหลังจบ ทำไมเรา “เหมาะ” กับคณะ + หลักฐานสนับสนุน
      • รูปแบบ:
        • ไทยใช้ TH Sarabun ขนาด 16 pt / อังกฤษใช้ Times New Roman ขนาด 11 pt
        • ความยาว ไม่เกิน 2 หน้า A4 ระยะขอบ 1 นิ้วทุกด้าน
        • ใช้ ภาษาเขียนถูกต้อง ชัดเจน อ่านง่าย
    • ส่วนที่ 2: หลักฐาน/เกียรติบัตร 3 ปีล่าสุด
      • วิชาการ / ภาวะผู้นำ / การวิจัย (เลือกส่งตามจริง พร้อมรายละเอียดหน่วยงาน ระดับรางวัล บทบาทหน้าที่ ลิงก์ประกาศ หากมี)
ข้อควรระวัง: เอกสาร/ข้อมูลเท็จ ปลอมแปลง หรือกรอกไม่ตรงระบบมหาวิทยาลัย/ระบบคณะ ถือเป็นโมฆะ และอาจถูกดำเนินการตามระเบียบ

ไทม์ไลน์สำคัญที่ “ห้ามพลาด”

  • 1–16 ตุลาคม 2568 (ภายในเวลา 12.00 น.) ผู้สมัครที่ทำรายการในระบบ MU TCAS แล้ว ต้อง อัปโหลดเอกสารและกรอกข้อมูลซ้ำ ในระบบ TCAS คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล (ข้อมูลต้องตรงกันเป๊ะ)
    ใครทำไม่ครบ/เกินเวลา = สละสิทธิ์อัตโนมัติ
  • พฤหัสบดี 30 ตุลาคม 2568 – ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ (รายบุคคลในระบบมหาวิทยาลัย)
  • อาทิตย์ 2 พฤศจิกายน 2568 – สอบสัมภาษณ์ + ชำระค่าธรรมเนียมสัมภาษณ์ 1,000 บาท (สถานที่/รายละเอียด จะแจ้งภายหลัง)
ทริกจัดการเวลา: ตั้ง “3 เตือน” – ก่อนหมดเขต 7 วัน / 3 วัน / 24 ชม. และทำเช็กลิสต์เอกสารให้พร้อมก่อนวันจริงอย่างน้อย 3–5 วัน

ตัวอย่างการวางโครง Portfolio 10 หน้า (นำไปปรับใช้ได้ทันที)

หน้า 1–2: SoP (ไม่เกิน 2 หน้า)
  • ย่อหน้า 1: จุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจด้านเภสัช (ประสบการณ์จริง/กิจกรรมอาสา/อ่านงานวิจัยที่เปลี่ยนมุมมอง)
  • ย่อหน้า 2: เหตุผลเลือก ม.มหิดล (จุดเด่นหลักสูตร/เส้นทางอาชีพ/ระบบสนับสนุนงานวิจัย/เครือข่ายโรงพยาบาล)
  • ย่อหน้า 3: คุณสมบัติส่วนตัวเชื่อมกับ “คุณลักษณะเภสัชกร” (ความละเอียดรอบคอบ จริยธรรม การสื่อสารกับผู้ป่วย) พร้อมหลักฐานอ้างอิงใน Portfolio
  • ย่อหน้า 4: เป้าหมาย 5–10 ปี (ใบประกอบวิชาชีพ สายงานที่สนใจ เช่น เภสัชคลินิก/อุตสาหกรรม/วิจัยยา แผนเรียนต่อเฉพาะทาง)
หน้า 3–4: ทักษะวิชาการ
  • สรุปรางวัล/ค่ายที่เกี่ยวข้อง (สอวน., แข่งขันวิทย์, โครงงาน) เป็น “บัตรข้อมูล” สั้น ๆ: ชื่อผลงาน-บทบาท-ผลลัพธ์-วันที่-หน่วยงาน
หน้า 5–6: ภาวะผู้นำ
  • หัวข้อโปรเจกต์/ชมรมที่คุม – เป้าหมายกิจกรรม – สิ่งที่ทำ – ผลกระทบ (เช่น ลดการใช้ยาปฏิชีวนะผิดวิธีในโรงเรียน)
หน้า 7–8: งานวิจัย/โครงงาน
  • โครงร่างแบบ IMRAD ย่อ: ปัญหา-วิธี-ผล-ข้อสรุป + บทบาทของเรา + เครื่องมือ/ทักษะที่ใช้ (เช่น HPLC, สถิติพื้นฐาน)
หน้า 9: ภาษาอังกฤษ/ทักษะสื่อสาร
  • คะแนนสอบ (ถ้ามี) + หลักฐานเวิร์กช็อปการสื่อสาร/พรีเซนต์ + ตัวอย่างสไลด์หรือ QR ไปยังวิดีโอพรีเซนต์ (ถ้าคณะอนุญาต)
หน้า 10: สรุปโปรไฟล์ + QR หลักฐานสำคัญ
  • ตารางสรุป “เราเหมาะอย่างไร” ตรงกับเกณฑ์ 7 ข้อของคณะ + ช่องทางติดต่ออีเมล
เคล็ดลับรูปแบบ: ใช้กริด 2–3 คอลัมน์ ตัวอักษรอ่านง่าย มี White Space พอเหมาะ เน้นรูป-อินโฟกราฟิกมากกว่า “ตัวหนังสือล้วน”

อ่านเพิ่มเติม คลิก

เทคนิค “อัปคะแนน” ให้แตะ 100% แบบมีแผน

A) วิชาการ 30%: ทำอย่างไรให้คะแนนเต็ม?

  • เน้นผลงาน ลึกและต่อเนื่อง มากกว่าจำนวนเยอะ ๆ
  • ถ้าไม่มีรางวัลใหญ่ ใช้ “หลักฐานกระบวนการเรียนรู้” แทน เช่น รายงานทดลอง เคสศึกษาผู้ป่วยจำลอง โครงงานย่อยกับครูวิทย์
  • อธิบาย “สิ่งที่ได้เรียนรู้” “นำไปใช้อย่างไรในเภสัช” ให้ชัดในคำบรรยาย

B) ความเป็นผู้นำ 15%: วัดจาก “ผลลัพธ์”

  • จาก “ตำแหน่ง” ไปสู่ “Impact”: ตัวเลขผู้เข้าร่วม กิจกรรมที่เกิดจริง เนื้อหาที่ผลิต (โปสเตอร์ความรู้ยา, แคมเปญเลิกใช้ยาสเตียรอยด์ผิดวิธี ฯลฯ)

C) การวิจัย 20%: โชว์ “วิธีคิดเชิงวิทยาศาสตร์”

  • มี/ไม่มีรางวัลก็ส่งได้ ชู กรอบคิดวิจัย: ตั้งคำถาม ออกแบบวิธี เก็บข้อมูล วิเคราะห์ สรุป
  • ระบุเครื่องมือ/ซอฟต์แวร์ที่ใช้ (Excel/สถิติพื้นฐาน/การอ่านวารสาร) เพื่อสะท้อนความพร้อมต่อการเรียนเชิงหลักฐาน (evidence-based)

D) อังกฤษ 5%: เก็บแต้มเร็ว

  • ถ้ายังไม่มีผลสอบ เลือก Duolingo/TOEIC เป็น “บันไดแรก” เพื่อให้มีคะแนนส่วนนี้
  • ฝึก พรีเซนต์ภาษาอังกฤษ 3–5 นาที เรื่องที่เกี่ยวกับยา/สุขภาพ อัปคลิปส่วนตัว (ถ้าคณะอนุญาต) แล้วอ้างถึงใน Portfolio

E) SoP 10%: โดนใจโดยไม่เว่อร์

  • ใช้โครง STAR (Situation-Task-Action-Result) เพื่อเล่าเคสประสบการณ์ที่ “วัดผลได้”
  • หลีกเลี่ยงคำทั่วไป เช่น “อยากช่วยผู้ป่วย” ให้แปลงเป็น เรื่องจริงสั้น ๆ ที่เราเคยทำ

F) สัมภาษณ์ 20%: ซ้อมให้เหมือนจริง

  • ทำ Question Bank ส่วนตัว เช่น
    • “เภสัชกรในฝันของคุณทำงานวันหนึ่งทำอะไรบ้าง?”
    • “ถ้าผู้ป่วยขอซื้อยาปฏิชีวนะโดยไม่มีใบสั่ง จะอธิบายอย่างไร?”
    • “จุดอ่อนของคุณคืออะไร และจะจัดการอย่างไรในสภาพแวดล้อมที่ละเอียดอ่อนแบบงานเภสัช?”
  • ฝึกตอบให้ กระชับ-เป็นระบบ-มีจริยธรรม และเชื่อมโยงกับหลักสูตร/อาชีพ

ตัวอย่าง SoP (Outline) สำหรับนำไปปรับใช้

ย่อหน้า 1 – จุดเริ่มต้นย่อหน้า 2 – ทำไมต้องมหิดลย่อหน้า 3 – ฉันเหมาะอย่างไรย่อหน้า 4 – เป้าหมายระยะยาว
นำ Outline นี้ไปเรียบเรียงเป็นภาษาของตนเอง อย่า “คัดลอก” และอย่าลืมเชื่อมกับหลักฐานใน Portfolio

แนวทางเตรียม “ผลตรวจสุขภาพ” แบบไม่พลาด

  • นัดตรวจล่วงหน้า อย่างน้อย 2–3 สัปดาห์
  • แจ้งโรงพยาบาลว่า ต้องการผล Ishihara + Farnsworth D-15 + CXR (พร้อมรายงาน)
  • ตรวจสายตา/การได้ยินตามแบบฟอร์มให้ครบ
  • ตรวจแล้ว สแกนรายงานแนบ พร้อมใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 6 เดือน)

ตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์ยอดฮิต (พร้อมไอเดียตอบ)

  1. “ทำไมถึงเลือกคณะเภสัช ไม่เลือกแพทย์/วิศวะ/วิทย์บริสุทธิ์?”
    • โยง “ความถนัด+ประสบการณ์จริง” ที่เกี่ยวกับยา/ผู้ป่วย และ “บทบาทเฉพาะของเภสัชกร” ที่เราสนใจ
  2. “เคยตัดสินใจผิดพลาดไหม และเรียนรู้อะไร?”
    • ใช้กรอบ STAR เล่ากระบวนการรับผิดชอบ-ปรับปรุง และบทเรียนเรื่องความละเอียดรอบคอบ
  3. “จริยธรรมการใช้ยาสำคัญกับคุณอย่างไร?”
    • ยกตัวอย่างเคสการปฏิเสธการจ่ายยาที่เสี่ยง/ไม่มีใบสั่งยา พร้อมวิธีสื่อสารกับผู้ป่วยอย่างให้เกียรติ

อาชีพหลังสำเร็จการศึกษา (หลังสอบใบประกอบฯ ผ่าน)

  • เภสัชกรโรงพยาบาล
  • เภสัชกรชุมชน/ร้านยา
  • เภสัชกรอุตสาหกรรมยา (ผลิต/ประกันคุณภาพ/วิจัยและพัฒนา)
  • การตลาดยา/ข้อมูลยา (Medical/Pharma Marketing, MSL)
  • ต่อยอด เป็น เภสัชกรประจำบ้าน สาขาเฉพาะ (หัวใจและหลอดเลือด, ระบบประสาท ฯลฯ)
  • เรียนต่อ ปริญญาโท/เอก สาขา เภสัชเคมี, เภสัชกรรมคลินิก, เภสัชอุตสาหกรรม ฯลฯ
ทักษะที่ควรเริ่มสะสมตั้งแต่ม.ปลาย: การสื่อสารกับผู้ป่วยอย่างเห็นอกเห็นใจ (empathy), คิดเชิงวิพากษ์, วิเคราะห์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์, จริยธรรมวิชาชีพ

สรุป “สมัครให้ผ่านในครั้งเดียว” (Key Takeaways)

  • รู้เกณฑ์ชัด: GPAX/GPA ≥ 3.50 ทุกวิชาหลัก (วิทย์-คณิต-อังกฤษ)
  • คะแนนอังกฤษมีแต้มเพิ่ม: ตั้งเป้า MU-ELT/TOEIC/IELTS/TOEFL/DET ภายใน 2–3 เดือน
  • Portfolio ≤ 10 หน้า: SoP ไม่เกิน 2 หน้า เน้นคุณภาพ เรียบง่าย อ่านรู้เรื่อง
  • เอกสารรูป-สแกนตามสเปกไฟล์: .jpg/.pdf ขนาดไฟล์ตามกำหนด
  • ไทม์ไลน์ห้ามพลาด: 1–16 ต.ค. 2568 อัปโหลดระบบคณะให้ตรงกับ MU TCAS
  • สัมภาษณ์ 20%: ฝึกตอบแบบเป็นระบบ มีจริยธรรม และเชื่อมกับงานเภสัชจริง
  • สุขภาพต้องพร้อม: ผลตรวจสายตา-ตาบอดสี (Ishihara + D-15) + CXR พร้อมรายงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ สมัครได้ไหม?เสีย 5% ส่วนภาษาอังกฤษQ: ไม่เคยได้รางวัลวิทยาศาสตร์ใหญ่ ๆ จะเสียเปรียบไหม?หลักฐานการเรียนรู้ลึก-ต่อเนื่องวิธีคิดเชิงวิทยาศาสตร์Q: Portfolio ต้องตกแต่งสวยมากไหม?เรียบ-อ่านง่าย-สื่อสารชัดQ: ถ้าชื่อในบัตรประชาชนไม่ตรง ปพ.1 ทำอย่างไร?
หลักฐานเปลี่ยนชื่อ/สกุล

เช็กลิสต์ก่อนกด “ส่งใบสมัคร”

  • GPAX/GPA ตรวจครบตามเกณฑ์ทุกวิชา
  • ผลสอบอังกฤษ (ถ้ามี) อัปโหลด ถูกต้องและ อายุ ≤ 2 ปี
  • ปพ.1 ม.4–ม.5 (4 เทอม) ประทับตราโรงเรียน ครบหน้า-หลัง ลงนามรับรองถูกต้อง
  • รูปถ่ายตามสเปก .jpg ขนาดและพื้นหลังถูกต้อง
  • บัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน .pdf รวมไฟล์ครบ พร้อม “รับรองสำเนาถูกต้อง”
  • ผลตรวจสุขภาพ + รายงาน Ishihara, Farnsworth D-15, CXR
  • Portfolio ≤ 10 หน้า + SoP ≤ 2 หน้า ตามฟอนต์/ขนาดที่กำหนด
  • อัปโหลดระบบ MU TCAS ระบบคณะ (ข้อมูล ต้องตรงกัน) ภายใน 1–16 ต.ค. 2568 ก่อน 12.00 น.
  • เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ (จำลองคำถาม + ฝึกเล่าเคสจริง)

ปิดท้าย: ทำให้ “เรา” เป็นผู้สมัครที่คณะจำได้

คนที่เรียนรู้เร็ว รอบคอบ มีจริยธรรม และสื่อสารกับผู้ป่วยได้ดีผลงานจริงเรื่องราวจริงMU-TCAS 2569 รอบ 1/1 คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Portfolio มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องมีกี่หน้า? โดยทั่วไป 10-15 หน้า แต่ต้องดูเกณฑ์ของแต่ละคณะ บางแห่งจำกัดจำนวนหน้า ควรเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

สมัครรอบ Portfolio มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องใช้คะแนนสอบไหม? รอบ 1 Portfolio ส่วนใหญ่ไม่ใช้คะแนน TGAT/TPAT/A-Level ใช้ผลงานและ GPAX เป็นหลัก แต่บางโครงการอาจกำหนดเพิ่มเติม

ทำ Portfolio ด้วย Canva ได้ไหม? ได้ Canva เป็นเครื่องมือยอดนิยมสำหรับทำ Portfolio ใช้งานง่าย มีเทมเพลตสวย ส่งออกเป็น PDF ได้

เตรียมแฟ้ม Portfolio จากแม่แบบ

สมาชิก DreamNestHub Plus แผน 12 เดือนเลือก Portfolio Template ไปปรับใช้กับแฟ้มของตัวเองได้

ดู DreamNestHub Plus

ต่อจากบทความนี้

ข้อมูลต่อจากบทความนี้

ดูหลักสูตรและรอบที่เปิดรับของมหาวิทยาลัยมหิดล

20 คณะ · 70 หลักสูตร · จำนวนรับแต่ละรอบ · คุณสมบัติผู้สมัคร · วันปิดรับสมัคร