ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DreamNestHubDreamNestHub
TCASโดย ทีมงาน Dream Nest Hubอัปเดตล่าสุด 3 ตุลาคม 2569

GPAX คืออะไร? ต่างจาก GPA ยังไง พร้อมวิธีคิดสำหรับ TCAS70

GPAX คือผลการเรียนเฉลี่ยสะสมของหลายภาคเรียน บทความนี้อธิบายว่าต่างจาก GPA อย่างไร วิธีคิด GPAX แบบถ่วงหน่วยกิตพร้อมตัวอย่างตัวเลขสมมติ และรอบ TCAS70 ใช้ GPAX 4, 5 หรือ 6 ภาคเรียนอย่างไร

GPAX คือ ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (เกรดเฉลี่ยสะสม) ของหลายภาคเรียนรวมกัน ส่วน GPA มักหมายถึงเกรดเฉลี่ยของภาคเรียนเดียว หรือของกลุ่มสาระเดียว ในการสมัคร TCAS มหาวิทยาลัยใช้ GPAX เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำหรือใช้คิดคะแนนในบางโครงการ และแต่ละรอบอาจนับจำนวนภาคเรียนไม่เท่ากัน บทความนี้อธิบายว่า GPAX กับ GPA ต่างกันยังไง วิธีคิด GPAX ทีละขั้นพร้อมตัวอย่าง และรอบไหนของ TCAS70 ใช้กี่เทอม

GPAX คืออะไร

GPAX ย่อมาจาก Grade Point Average (Cumulative) ในเอกสารภาษาไทยของมหาวิทยาลัยและระบบ mytcas จะเขียนว่า ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม หรือ เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร

พูดง่าย ๆ คือ เอาผลการเรียนทุกวิชาตั้งแต่ ม.4 ภาคเรียนที่ 1 จนถึงภาคเรียนล่าสุดที่นับ มาเฉลี่ยรวมกันเป็นตัวเลขเดียว โดยวิชาที่มีหน่วยกิตมากจะมีน้ำหนักมากกว่าวิชาที่มีหน่วยกิตน้อย

GPA กับ GPAX ต่างกันยังไง

สองคำนี้ใช้สูตรแบบเดียวกัน ต่างกันที่ “ขอบเขต” ของวิชาที่นำมาเฉลี่ย

หัวข้อGPAGPAX
ชื่อเต็มGrade Point AverageGrade Point Average (Cumulative)
เฉลี่ยจากอะไรภาคเรียนเดียว หรือกลุ่มสาระเดียวทุกวิชาของหลายภาคเรียนรวมกัน
ตัวอย่างที่เจอในเอกสาร TCAS“GPA กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ≥ 3.00”“GPAX 6 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 3.25”
ใช้ทำอะไรดูผลการเรียนรายเทอม หรือดูความถนัดเฉพาะวิชาดูภาพรวมผลการเรียนทั้งช่วง ม.ปลาย

ข้อควรรู้: ในประกาศรับสมัครของมหาวิทยาลัย คำว่า GPA มักหมายถึง เกรดเฉลี่ยรายกลุ่มสาระ เช่น GPA คณิตศาสตร์ หรือ GPA ภาษาต่างประเทศ ไม่ใช่เกรดรายเทอม ถ้าเจอคำว่า GPA ในเกณฑ์ ให้อ่านต่อว่าหมายถึงกลุ่มสาระไหน และนับกี่ภาคเรียน

GPAX ใช้ทำอะไรในการสมัคร TCAS

GPAX ถูกใช้หลัก ๆ 2 แบบ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละโครงการกำหนดไว้อย่างไร

  • เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ — ถ้า GPAX ต่ำกว่าที่กำหนด จะสมัครโครงการนั้นไม่ได้ เช่น ประกาศรอบ 3 Admission ปีการศึกษา 2570 ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำหนด “ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) 6 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 3.25”
  • เป็นส่วนหนึ่งของคะแนนคัดเลือก — บางโครงการนำ GPAX ไปคิดเป็นสัดส่วนคะแนนร่วมกับคะแนนสอบหรือพอร์ต

ไม่ใช่ทุกรอบและทุกโครงการใช้ GPAX เหมือนกัน บางโครงการดูเฉพาะ GPAX บางโครงการดูทั้ง GPAX และเกรดรายกลุ่มสาระ ถ้าอยากรู้ว่ารอบพอร์ตใช้เกรดเท่าไหร่ มีบทความแยกที่รวบรวมเกณฑ์ไว้แล้ว

GPAX 5 เทอม และ 6 เทอม ต่างกันยังไง

จำนวนเทอมที่นับขึ้นอยู่กับว่า ณ วันสมัคร ผู้สมัครเรียนจบไปแล้วกี่ภาคเรียน และโครงการกำหนดไว้อย่างไร ชั้น ม.ปลายมีทั้งหมด 6 ภาคเรียน (ม.4–ม.6 ปีละ 2 ภาคเรียน)

ตัวอย่างจากประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องการรับสมัคร TCAS ปีการศึกษา 2570 ซึ่งเขียนไว้ชัด:

รอบนักเรียนที่กำลังเรียน ม.6ผู้ที่เรียนจบ ม.6 แล้ว
รอบ 1 Portfolio4 ภาคเรียน (ม.4–ม.5)6 ภาคเรียน (ม.4–ม.6)
รอบ 2 Quota5 ภาคเรียน (ม.4 ถึง ม.6 ภาคเรียนที่ 1)6 ภาคเรียน
รอบ 3 Admissionตามที่สาขากำหนด (ตัวอย่างประกาศรอบ 3 ปี 2570 ที่พบใช้ GPAX 6 ภาคเรียน)

ตารางนี้เป็นกติกาของมหาวิทยาลัยมหิดลเท่านั้น มหาวิทยาลัยอื่นอาจกำหนดต่างออกไป เช่น ประกาศรอบ 1 ปีการศึกษา 2570 ของมหาวิทยาลัยทักษิณบางโครงการเขียนว่า “ไม่น้อยกว่า 4 ภาคเรียน” สำหรับผู้ที่ยังไม่จบ หรือ 6 ภาคเรียนสำหรับผู้ที่จบแล้ว ดังนั้นคำว่า “GPAX 5 เทอม” ไม่ได้ใช้กับรอบ 1 เสมอไป

สำหรับรอบ 3 Admission ระบบ mytcas ของ TCAS70 ให้ผู้สมัครกรอกและแก้ไขข้อมูลการศึกษาในช่อง “GPAX 6” และคำถามที่พบบ่อยบน mytcas (เขียนไว้สำหรับ TCAS68) ระบุว่า “รอบ 3 admission จะใช้ GPAX6 คือข้อมูลจบการศึกษาแล้วเท่านั้น” ส่วนกติกาฉบับปี 2570 จาก ทปอ. ให้ตรวจซ้ำกับประกาศของโครงการที่จะสมัครบน mytcas.com

สรุปที่ใช้ได้จริง: เปิดประกาศของโครงการที่จะสมัครแล้วหาคำว่า “ภาคเรียน” หรือ “ภาคการศึกษา” ข้าง ๆ คำว่า GPAX ตัวเลขที่เขียนไว้ตรงนั้นคือจำนวนเทอมที่โครงการนั้นใช้

วิธีคิด GPAX ทีละขั้น

สูตรพื้นฐาน

GPAX เป็นค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักด้วยหน่วยกิต เขียนเป็นสูตรได้ว่า

GPAX = ผลรวมของ (เกรดแต่ละวิชา × หน่วยกิตของวิชานั้น) ÷ ผลรวมหน่วยกิตทั้งหมด

ทำตาม 4 ขั้นนี้

  1. เขียนรายวิชาทุกวิชาในภาคเรียนที่ต้องนับ พร้อมหน่วยกิตและเกรด
  2. เอาเกรดคูณหน่วยกิตของแต่ละวิชา
  3. รวมผลคูณทั้งหมด และรวมหน่วยกิตทั้งหมด
  4. เอาผลรวมผลคูณหารด้วยผลรวมหน่วยกิต

ระดับผลการเรียนของ ม.ปลายตามหลักสูตรแกนกลางมี 8 ระดับ คือ 4, 3.5, 3, 2.5, 2, 1.5, 1 และ 0 ส่วนวิชาหรือกิจกรรมที่ประเมินเป็น “ผ่าน/ไม่ผ่าน” เช่น กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยทั่วไปไม่มีเกรดตัวเลขให้นำมาคิด

ตัวอย่างคำนวณ 2 เทอม (ตัวเลขสมมติ)

ตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติ และย่อให้มีไม่กี่วิชาเพื่อให้ดูง่าย ของจริงแต่ละเทอมมีวิชามากกว่านี้

เทอมที่ 1 (ตัวอย่าง)

วิชาหน่วยกิตเกรดเกรด × หน่วยกิต
วิชา A1.044.0
วิชา B1.044.0
วิชา C1.03.53.5
วิชา D1.03.53.5
รวม4.015.0

GPA เทอม 1 = 15.0 ÷ 4.0 = 3.75

เทอมที่ 2 (ตัวอย่าง)

วิชาหน่วยกิตเกรดเกรด × หน่วยกิต
วิชา E1.52.53.75
วิชา F2.02.55.0
วิชา G1.033.0
วิชา H1.033.0
วิชา I1.033.0
วิชา J0.542.0
รวม7.019.75

GPA เทอม 2 = 19.75 ÷ 7.0 = 2.82 (ค่าจริง 2.8214…)

GPAX ของ 2 เทอมนี้ = (15.0 + 19.75) ÷ (4.0 + 7.0) = 34.75 ÷ 11.0 = 3.159…

สังเกตว่า ถ้าเอา GPA สองเทอมมาบวกกันแล้วหาร 2 จะได้ (3.75 + 2.82) ÷ 2 ≈ 3.29 ซึ่งสูงกว่าค่าที่ถูกต้อง เพราะเทอม 2 มีหน่วยกิตมากกว่า เกรดของเทอม 2 จึงควรมีน้ำหนักมากกว่า นี่คือเหตุผลที่ต้องรวมผลคูณและหน่วยกิตทั้งหมดก่อนหาร

คิดแบบ 5 เทอม vs 6 เทอม ต่างกันตรงไหน

วิธีคำนวณ GPAX เหมือนเดิมทุกอย่าง ต่างกันแค่จำนวนเทอมที่นำมารวม

  • GPAX 4 เทอม — รวมทุกวิชาของ ม.4 ภาคเรียนที่ 1 ถึง ม.5 ภาคเรียนที่ 2
  • GPAX 5 เทอม — รวมเพิ่ม ม.6 ภาคเรียนที่ 1
  • GPAX 6 เทอม — รวมทั้ง ม.4–ม.6 คือผลการเรียนตอนเรียนจบ

เมื่อเพิ่มเทอมเข้าไป GPAX จะขยับขึ้นหรือลงตามเกรดของเทอมใหม่ เทียบกับค่าเฉลี่ยเดิม ถ้าเทอมใหม่ได้เกรดสูงกว่า GPAX เดิม ค่าจะขยับขึ้น ถ้าต่ำกว่าก็จะขยับลง ยิ่งสะสมหลายเทอม แต่ละเทอมใหม่ก็ยิ่งขยับค่าได้น้อยลง จึงควรรักษาเกรดให้สม่ำเสมอตั้งแต่ ม.4

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาคำนวณ GPAX

  • ลืมถ่วงหน่วยกิต — เอาเกรดทุกวิชามาเฉลี่ยตรง ๆ ทั้งที่วิชา 2 หน่วยกิตควรมีน้ำหนักเป็นสองเท่าของวิชา 1 หน่วยกิต
  • เฉลี่ย GPA รายเทอมตรง ๆ — ให้ผลผิดเมื่อแต่ละเทอมมีหน่วยกิตไม่เท่ากัน (ดูตัวอย่างด้านบน)
  • ปัดเศษเอง — เช่น 3.159 จะเป็น 3.16 ถ้าปัดเศษ หรือ 3.15 ถ้าตัดทิ้ง ซึ่งอาจมีผลเมื่อใกล้เกณฑ์ขั้นต่ำ ค่าที่ใช้จริงให้ยึดตามใบ ปพ.1 และข้อมูลในระบบ
  • นับเทอมผิด — ใช้ 6 เทอมทั้งที่โครงการกำหนด 5 เทอม หรือกลับกัน
  • นับวิชาที่ไม่มีเกรดตัวเลข — เช่น กิจกรรมที่ประเมินเป็นผ่าน/ไม่ผ่าน

การคิดเองมีประโยชน์ไว้ประเมินตัวเองล่วงหน้า แต่ตัวเลขที่ใช้สมัครจริงคือตัวเลขที่โรงเรียนออกให้

ดู GPAX จากไหน

  • ใบ ปพ.1 (ระเบียนแสดงผลการเรียน) — เอกสารทางการจากโรงเรียน แสดงผลการเรียนรายวิชาและผลการเรียนเฉลี่ย
  • ระบบของโรงเรียน — หลายโรงเรียนมีระบบให้ดูเกรดรายเทอม ถ้ายังไม่ได้ ปพ.1 ฉบับจบ ให้ถามฝ่ายทะเบียน/วัดผล
  • ระบบ mytcas (student.mytcas.com) — ข้อมูลการศึกษาในระบบได้มาจากฐานข้อมูลของ สพฐ. (คู่มือบน mytcas ระบุว่าเป็นระบบ iCAS) ผู้สมัครควรตรวจสอบให้ถูกต้อง ถ้าข้อมูลไม่ตรงสามารถกด “ขอแก้ไขข้อมูล” แล้วกรอก GPAX 6 พร้อมอัปโหลดรูปใบ ปพ.1 ด้านหน้าและด้านหลัง

ผู้ที่จบจากต่างประเทศหรือใช้วุฒิสอบเทียบ GED ต้องขอใบเทียบผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX Equivalence Certificate) ตามขั้นตอนที่ mytcas แจ้งไว้ และนักศึกษา กศน. มีขั้นตอนเฉพาะของตัวเอง ควรอ่านคู่มือบน mytcas ประกอบ

GPAX ต้องได้เท่าไหร่ถึงยื่นได้

คำตอบขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย คณะ และโครงการ บางโครงการไม่กำหนดขั้นต่ำเลย บางโครงการกำหนดไว้สูง เราแยกเรื่องนี้ไว้เป็นบทความเฉพาะเพื่อให้อ่านง่าย

รู้ GPAX แล้ว ลองเช็กคณะที่สมัครได้ตาม GPAXของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

GPA กับ GPAX ต่างกันไหม

ต่างกัน GPA คือเกรดเฉลี่ยของภาคเรียนเดียวหรือกลุ่มสาระเดียว ส่วน GPAX คือเกรดเฉลี่ยสะสมของทุกวิชาในหลายภาคเรียน สูตรเหมือนกัน ต่างกันแค่ขอบเขตของวิชาที่นำมาเฉลี่ย

TCAS ใช้ GPAX กี่เทอม

ขึ้นอยู่กับรอบและโครงการ เช่น ในประกาศ TCAS70 ของมหาวิทยาลัยมหิดล นักเรียนที่กำลังเรียน ม.6 ใช้ 4 ภาคเรียนในรอบ 1 และ 5 ภาคเรียนในรอบ 2 ส่วนผู้ที่จบแล้วใช้ 6 ภาคเรียน ให้ดูตัวเลขในประกาศของโครงการที่จะสมัคร

คิด GPAX เองได้ไหม

ได้ ใช้สูตร ผลรวม (เกรด × หน่วยกิต) ÷ ผลรวมหน่วยกิต ตามตัวอย่างในบทความนี้ แต่ตัวเลขที่ใช้สมัครจริงให้ยึดตามใบ ปพ.1 และข้อมูลในระบบ mytcas

GPAX ต่ำ ยังยื่น TCAS ได้ไหม

มีหลายโครงการที่ไม่ได้ตั้ง GPAX ขั้นต่ำไว้สูง และรอบ 3 Admission คิดคะแนนจากคะแนนสอบตามสัดส่วนที่แต่ละสาขากำหนด ลองดูGPAX ขั้นต่ำของแต่ละมหาวิทยาลัย หรือเช็กคณะที่สมัครได้ตาม GPAX แล้วค่อยวางแผนว่าควรเน้นรอบไหน

GPAX ขึ้นทศนิยมกี่ตำแหน่ง

โดยทั่วไปแสดงเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง เช่น 3.25 ส่วนวิธีปัดหรือตัดเศษให้ยึดตามที่โรงเรียนออกใน ปพ.1

สรุป

GPAX คือเกรดเฉลี่ยสะสมของหลายภาคเรียน คิดจากผลรวม (เกรด × หน่วยกิต) หารด้วยผลรวมหน่วยกิต ไม่ใช่การเอา GPA รายเทอมมาเฉลี่ยตรง ๆ จำนวนเทอมที่ใช้ (4, 5 หรือ 6) ขึ้นอยู่กับรอบและโครงการ จึงควรอ่านประกาศของโครงการที่สนใจทุกครั้ง ถ้ารู้ GPAX ของตัวเองแล้ว ลองเช็กว่ามีคณะไหนที่ยื่นได้ตามเกรดของคุณ และใช้เครื่องมือคำนวณคะแนน TCASต่อเมื่อมีคะแนนสอบแล้ว ดูช่วงเวลาสมัครแต่ละรอบได้ที่ปฏิทิน TCAS