TCAS70 มช. คณะแพทยศาสตร์: 4 โครงการ รับรวม 75 ที่นั่ง
รวมข้อมูล TCAS70 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ พบ 4 โครงการ จำนวนรับรวม 75 ที่นั่ง จากระบบรับสมัคร มช. ตรวจสอบสาขา รอบ และเงื่อนไขก่อนสมัคร

TCAS70 มช. คณะแพทยศาสตร์: 4 โครงการ รับรวม 75 ที่นั่ง
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีรายการเปิดรับในระบบ TCAS ปีการศึกษา 2570 ที่ตรวจพบ 4 โครงการ จำนวนรับตามประกาศรวม 75 ที่นั่ง ข้อมูลด้านล่างสรุปจากระบบค้นหาคณะและสาขาที่เปิดรับสมัครของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สำคัญ: จำนวนรับ รอบ เกณฑ์ คุณสมบัติ เอกสาร และค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ ผู้สมัครต้องเปิดตรวจรายละเอียดของโครงการรหัสที่สนใจในระบบ มช. และยึดประกาศทางการเป็นหลัก
สรุปการเปิดรับ
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| หน่วยงาน | คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีการศึกษา | 2570 (TCAS70) |
| จำนวนโครงการที่พบ | 4 โครงการ |
| จำนวนรับรวมตามประกาศ | 75 ที่นั่ง |
| แหล่งข้อมูล | ระบบค้นหาคณะ/สาขา มช. |
| วันที่ตรวจข้อมูล | 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 01:18 น. (เวลาไทย) |
โครงการและสาขาที่เปิดรับใน คณะแพทยศาสตร์
| รหัสโครงการ | สาขา | รอบ | จำนวนรับตามประกาศ | หลักสูตร | ค่าธรรมเนียมภาคแรก |
|---|---|---|---|---|---|
| 00410701108010 | แพทยศาสตร์ | รอบที่ 1 Portfolio | แบบ 1.1: 31; แบบ 1.2: 6 | ไทย / ปกติ | 20,000 บาท |
| 00410701108020 | แพทยศาสตร์ | รอบที่ 1 Portfolio | แบบ 1.1: 20; แบบ 1.2: 2 | ไทย / ปกติ | 20,000 บาท |
| 00410701108030 | แพทยศาสตร์ | รอบที่ 1 Portfolio | แบบ 1.1: 6; แบบ 1.2: 2 | ไทย / ปกติ | 20,000 บาท |
| 00410701108040 | แพทยศาสตร์ | รอบที่ 1 Portfolio | แบบ 1.1: 6; แบบ 1.2: 2 | ไทย / ปกติ | 20,000 บาท |
เกณฑ์การรับและคุณสมบัติรายโครงการ
รายละเอียดต่อไปนี้ถอดจากช่อง “เกณฑ์การรับ” ของแต่ละรหัสโครงการในระบบรับสมัคร มช. ผู้สมัครควรตรวจประกาศและระบบทางการอีกครั้งก่อนสมัคร
รหัสโครงการ 00410701108010 — แพทยศาสตร์ (รอบที่ 1 Portfolio)
- สำหรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ
- เป็นผู้กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ไม่น้อยกว่า 3.50
- มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชา (GPA) ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ได้แก่ ชีววิทยา เคมี และภาษาอังกฤษ เฉลี่ยรวมแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 3.50 กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ผู้สมัครสามารถใช้ผลการสอบดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- ผลการสอบ IB higher level (1) Biology ≥ 6 (2) Chemistry ≥ 6 (3) Mathematics–Standard ≥ 6 หรือ Mathematics – Higher level ≥ 5 หรือ Physics ≥ 6 หรือ
- ผลการสอบ AP Subject Tests (1) Biology (2) Chemistry และ (3) Calculus AB หรือ Physics 1 – Algebra Based ≥ 4 หรือ
- ผลการสอบ MCAT ≥ 500 คะแนน หรือ Percentile ≥ 70 ขึ้นไป
- สำหรับหลักสูตรนานาชาติ
- เป็นผู้กำลังศึกษาอยู่ Grade 12 (ในระบบอเมริกัน, US) หรือ Year 13 (ในระบบอังกฤษ, UK) หรือสำเร็จการศึกษาแล้วไม่เกิน 2 ปี
- มีเกรดเฉลี่ยรายวิชาใน Grade 10-11 (US) หรือ Year 11-12 (UK) (4 เทอม) ใน 2 วิชาคือ 1.ชีววิทยา 2.เคมี แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า Grade B+ หรือคะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 85% หรือมีผลการสอบ IGCSE, GCSE หรือ GCE ‘O’ level ใน 2 วิชาคือ 1.ชีววิทยา 2.เคมี แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า Grade B+ หรือคะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 85% กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ผู้สมัครสามารถใช้ผลการสอบดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- ผลการสอบ IB higher level (1) Biology ≥ 6 (2) Chemistry ≥ 6 (3) Mathematics – Standard ≥ 6 หรือ Mathematics – Higher level ≥ 5 หรือ Physics ≥ 6 หรือ
- ผลการสอบ AP Subject Tests (1) Biology (2) Chemistry และ (3) Calculus AB หรือ Physics 1 – Algebra Based ≥ 4 หรือ
- ผลการสอบ MCAT ≥ 500 คะแนน หรือ Percentile ≥ 70 ขึ้นไป
- ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น
- มีผลงาน Portfolio ดังต่อไปนี้
1. เป็นผู้ที่ผ่านการอบรมค่าย สอวน. ครั้งที่ 1 และได้รับการคัดเลือกไปอบรมค่าย สอวน. ครั้งที่ 2 ในสาขาวิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ดาราศาสตร์ ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ หรือภูมิศาสตร์ (ดำเนินการโดยมูลนิธิ สอวน. และเป็นผลงานภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร) (คิดน้ำหนัก 40%)
2. มีผลสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร) (คิดน้ำหนัก 20%)
-TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 60 คะแนน
-TOEFL ITP ไม่น้อยกว่า 500 คะแนน
-Academic IELTS (Overall Band Score) ไม่น้อยกว่า 6.0 (ไม่รับผลการสอบ IELTS One Skill Retake)
3. มีผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ จำนวน 1 ผลงาน (คิดน้ำหนัก 5%)
4. บทความแสดงเจตคติ (Statement of purpose) (คิดน้ำหนัก 5%)
5. มีผลการประเมิน Multiple Mini-Interview (MMI) ในวันสัมภาษณ์ (คิดน้ำหนัก 30%)
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะพิจารณาคะแนนจากผลงาน Portfolio ข้อ1-4 (คิดน้ำหนัก 70%) เพื่อคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสอบสัมภาษณ์และประเมิน Multiple Mini-Interview (MMI) จำนวน 80 คน ทั้งนี้ อาจประกาศรายชื่อมากกว่า 80 คน ในกรณีที่มีผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์คนสุดท้ายมีคะแนนเท่ากัน
- การพิจารณาในแบบ 1.1 จะพิจารณาดังต่อไปนี้
- คณะฯ จะพิจารณาผู้ผ่านการคัดเลือกรอบ 1.1 โดยให้สัดส่วนที่นั่งสำหรับผู้สมัครที่ศึกษาในโรงเรียนเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงราย น่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง ลำพูน ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และ อุทัยธานี) คิดเป็นร้อยละ 60 ของจำนวนรับในโครงการนี้ ทั้งนี้ อาจประกาศรายชื่อมากกว่าร้อยละ 60 ในกรณีที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกคนสุดท้ายมีคะแนนเท่ากัน
- คณะฯ จะพิจารณาผู้ผ่านการคัดเลือกรอบ 1.1 โดยให้สัดส่วนที่นั่งสำหรับผู้สมัครที่ศึกษาในโรงเรียนนอกเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ คิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนรับในโครงการนี้ ทั้งนี้อาจประกาศรายชื่อมากกว่าร้อยละ 40 ในกรณีที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกคนสุดท้ายมีคะแนนเท่ากัน
- ในกรณีผู้ผ่านการคัดเลือกจากโรงเรียนในเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ไม่ครบร้อยละ 60 ของจำนวนรับในโครงการ คณะแพทยศาสตร์ขอสงวนสิทธิ์พิจารณานำจำนวนที่นั่งว่างให้แก่ผู้สมัครจากโรงเรียนนอกเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ
- การพิจารณาในแบบ 1.2 จะพิจารณาดังต่อไปนี้
- คุณสมบัติตามแบบ 1.1 (ผลงาน Portfolio ตามข้อ 1-5) ค่าน้ำหนักร้อยละ 85
- Adj. T-SCORE TGAT ความถนัดทั่วไป (รหัสวิชา 90) ค่าน้ำหนักร้อยละ 15
- เป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันจะเป็นอุปสรรค ต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ฉบับ พ.ศ. 2559 เรื่องคุณสมบัติ เฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ดังต่อไปนี้
- มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง อันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น หรือเป็นข้อจำกัด หรืออุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วยหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 ถึง 2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (Speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (Sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความผิดปกติในการเห็นภาพ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้วแย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 หรือ ความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันเห็นว่า เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- ทั้งนี้ สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคที่มิได้ระบุไว้ อาจจะถูกพิจารณาโดยคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2570 ระบบ TCAS รอบที่ 1 Portfolio เมื่อพิจารณาตัดสินแล้วให้ถือว่าผลการพิจารณาเป็นที่สิ้นสุด
เอกสารประกอบการสมัคร
ส่งเอกสารทางออนไลน์เท่านั้น
- ใบสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- ใบแสดงผลการเรียน
- เอกสาร ปพ.1 (5 เทอม) (สำหรับโรงเรียนไทย)
- Transcript ของโรงเรียนหรือสถาบันสอบ (สำหรับโรงเรียนนานาชาติ)
- หลักฐานผลคะแนนที่ใช้คัดเลือก
- เกียรติบัตรหรือหลักฐานการผ่านค่ายโอลิมปิก
- หลักฐานผลคะแนนที่ใช้คัดเลือก
- ผลสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL)
- หลักฐานการชำระเงิน
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) จำนวนหน้าไม่เกิน 6 หน้า
ค่าน้ำหนักแฟ้มสะสมผลงาน ร้อยละ 70 และ การสัมภาษณ์ ร้อยละ 30
จัดทำผลงานผ่าน TCASFolio และส่ง URL TCASFolio หรือ ไฟล์ PDF- หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ
ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้
- หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ
- ข้อมูลพื้นฐานของผู้สมัคร
- ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติเบื้องต้น
- สำหรับโรงเรียนไทย
- ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAx) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม)
- ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ได้แก่ วิชาชีววิทยา เคมี และภาษาอังกฤษ เฉลี่ยแต่ละวิชา
- สำหรับโรงเรียนนานาชาติ
- เกรดเฉลี่ยรายวิชา (ใน 2 วิชาคือ ชีววิทยา และเคมี) ใน Grade 10 – 11 (US) หรือ Year 11 – 12 (UK) หรือผลการสอบ IGCSE, GCSE หรือ GCE ‘O’ level แต่ละวิชา
- ในกรณีผลการเรียนรายวิชาชีววิทยา/เคมี/ภาษาอังกฤษ ไม่ผ่านเกณฑ์ ให้กรอกข้อมูลผลการสอบ IB higher level/ AP Subject Tests/MCAT (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- สำหรับโรงเรียนไทย
- ข้อมูลและรายการหลักฐานเกี่ยวกับผลคะแนนสอบ (20 คะแนน)
- ผลการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL iBT/TOEFL ITP) โดยสอบภายใน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร
- หมวดที่ 2 : เรียงความ/คำนำ/Statement of purpose
ให้นักเรียนแนะนำตนเองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ ณ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ อธิบายจุดมุ่งหมายในชีวิต ทัศนคติ ความถนัดในการเรียน กิจกรรม ตลอดจนงานอดิเรกต่าง ๆ หรือสิ่งอื่นๆ ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของนักเรียน (Statement of purpose) (5 คะแนน)
- ไม่อนุญาตให้ตอบโดยใช้ Generative AI
- พิมพ์เป็นภาษาไทย
- ความยาวไม่เกิน 500 คำ
- หมวดที่ 3 : หนังสือรับรอง (Recommendation letter)
ให้ผู้สมัครแนบหลักฐานทางการศึกษา คือ เอกสาร ปพ.1 / เอกสารการสอบ / Transcript ที่ออกโดยโรงเรียน
- หมวดที่ 4 : กิจกรรม/รางวัล
ให้ผู้สมัครโครงการเรียนดีโอลิมปิกจัดทำผลงานดังนี้ (ไม่อนุญาตให้ตอบโดยใช้ Generative AI)
- ผลงานแสดงข้อมูลและรายการหลักฐานอันประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสอบแข่งขันโอลิมปิกวิชาการฯ หรือการได้รับคัดเลือกเข้าแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โอลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยเป็นผลงานภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร จำนวน 1 ผลงาน (40 คะแนน)
- กรอกข้อมูลเกี่ยวกับผลการเข้าสอบ สอวน.หรือ สสวท.ของผู้สมัคร
- อัปโหลดไฟล์หลักฐานเกียรติบัตรหรือหลักฐานผ่านค่ายโอลิมปิก
- กิจกรรมหรือผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 จำนวน 1 ผลงาน (5 คะแนน)
- ระบุชื่อหัวข้อกิจกรรม/ผลงาน วันที่จัดกิจกรรม/แสดงผลงาน และสถานที่
- อธิบายถึงกิจกรรมหรือผลงานนี้เกี่ยวข้องกับการแพทย์อย่างไร และนักเรียนได้เรียนรู้อะไร รู้สึกอย่างไรจากกิจกรรมนี้ พิมพ์เป็นภาษาไทย
- แนบรูปภาพหลักฐานดังนี้
- เอกสารรับรองการเข้าร่วม/เกียรติบัตร จำนวน 1 รูป
- รูปถ่ายการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนไม่เกิน 2 รูป
- ตัวอย่างกิจกรรมที่ไม่นับว่าเป็นผลงาน ได้แก่ การแข่งขันหรือตอบปัญหาทางด้านการแพทย์และ/หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ การบริจาคให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ การลงเรียนคอร์สต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และ/หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือผลงานที่ซ้ำกับผลงานข้ออื่น
- หมวดที่่ 5 : ข้อคำถาม
- ไม่มี
เอกสารประกอบการสัมภาษณ์
- บัตรประจำตัวประชาชน
คุณสมบัติเพิ่มเติมแบบ 1.2
สัดส่วนที่ใช้ในการคัดเลือก
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และการสัมภาษณ์
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และการสัมภาษณ์ ค่าน้ำหนักร้อยละ 85
- กลุ่มวิชา TGAT/TPAT (Adj. T-SCORE)
- TGAT ความถนัดทั่วไป (รหัสวิชา 90) ค่าน้ำหนักร้อยละ 15
รหัสโครงการ 00410701108020 — แพทยศาสตร์ (รอบที่ 1 Portfolio)
- สำหรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ
- เป็นผู้กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ไม่น้อยกว่า 3.50
- มีผลการเรียนสะสมวิชา (GPA) ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ได้แก่ ชีววิทยา เคมี และภาษาอังกฤษ เฉลี่ยรวมแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 3.50 กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ผู้สมัครสามารถใช้ผลการสอบดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- ผลการสอบ IB higher level (1) Biology ≥ 6 (2) Chemistry ≥ 6 (3) Mathematics – Standard ≥ 6 หรือ Mathematics – Higher level ≥ 5 หรือ Physics ≥ 6 หรือ
- ผลการสอบ AP Subject Tests (1) Biology (2) Chemistry และ (3) Calculus AB หรือ Physics 1 – Algebra Based ≥ 4 หรือ
- ผลการสอบ MCAT ≥ 500 คะแนน หรือ Percentile ≥ 70 ขึ้นไป
- สำหรับหลักสูตรนานาชาติ
- เป็นผู้กำลังศึกษาอยู่ Grade 12 (ในระบบอเมริกัน, US) หรือ Year 13 (ในระบบอังกฤษ, UK) หรือสำเร็จการศึกษาแล้วไม่เกิน 2 ปี
- มีเกรดเฉลี่ยรายวิชาใน Grade 10-11 (US) หรือ Year 11-12 (UK) (4 เทอม) ใน 2 วิชาคือ 1.ชีววิทยา 2.เคมี แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า Grade B+ หรือคะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 85% หรือมีผลการสอบ IGCSE, GCSE หรือ GCE ‘O’ level ใน 2 วิชา คือ 1.ชีววิทยา 2.เคมี แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า Grade B+ หรือคะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 85% กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ผู้สมัครสามารถใช้ผลการสอบดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- ผลการสอบ IB higher level (1) Biology ≥ 6 (2) Chemistry ≥ 6 (3) Mathematics – Standard ≥ 6 หรือ Mathematics – Higher level ≥ 5 หรือ Physics ≥ 6 หรือ
- ผลการสอบ AP Subject Tests (1) Biology (2) Chemistry และ (3) Calculus AB หรือ Physics 1 – Algebra Based ≥ 4 หรือ
- ผลการสอบ MCAT ≥ 500 คะแนน หรือ Percentile ≥ 70 ขึ้นไป
- ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น
- มีผลงาน Portfolio ดังต่อไปนี้
- เป็นผู้ที่มีความโดดเด่นทางภาษาอังกฤษ โดยมีคะแนนสอบอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร) (คิดน้ำหนัก 45%)
- ผู้ที่ศึกษาโดยใช้หลักสูตรแกนกลาง ต้องมีคะแนนสอบ TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 79 คะแนน หรือ Academic IELTS (Overall Band Score) ไม่น้อยกว่า 6.5 (ไม่รับผลการสอบ IELTS One Skill Retake)
- ผู้ที่ศึกษาโดยใช้หลักสูตรนานาชาติ ต้องมีคะแนนสอบ TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 100 คะแนน หรือ Academic IELTS (Overall Band Score) ไม่น้อยกว่า 7.0 (ไม่รับผลการสอบ IELTS One Skill Retake)
- มีผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ จำนวน 1 ผลงาน (คิดน้ำหนัก 5%)
- บทความแสดงเจตคติ (Statement of purpose) (คิดน้ำหนัก 5%)
- มีผลงานด้านอื่นๆ จำนวน 1 ผลงาน (คิดน้ำหนัก 15%) ได้แก่
- ด้านนวัตกรรม/วิจัย
- ด้านจิตอาสาและภาวะผู้นำ (ไม่นับการบริจาคทุกชนิด)
- ด้านกีฬา/ศิลปะ/ดนตรี
- ด้านวิชาการ/การแข่งขันวิชาการ (ไม่นับการลงเรียนคอร์สต่างๆ และผลสอบวัดความรู้)
- มีผลการประเมิน Multiple Mini-Interview (MMI) ในวันสัมภาษณ์ (คิดน้ำหนัก 30%)
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะพิจารณาคะแนนจากผลงาน Portfolio ข้อ 1-4 (คิดน้ำหนัก 70%) เพื่อคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสอบสัมภาษณ์และประเมิน Multiple Mini-Interview (MMI) จำนวน 70 คน ทั้งนี้ อาจประกาศรายชื่อมากกว่า 70 คน ในกรณีที่มีผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์คนสุดท้ายมีคะแนนเท่ากัน
- การพิจารณาในแบบ 1.1 จะพิจารณาดังต่อไปนี้
- คณะฯ จะพิจารณาผู้ผ่านการคัดเลือกรอบ 1.1 โดยให้สัดส่วนที่นั่งสำหรับผู้สมัครที่ศึกษาในโรงเรียนเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงราย น่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง ลำพูน ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และ อุทัยธานี) คิดเป็นร้อยละ 60 ของจำนวนรับในโครงการนี้ ทั้งนี้ อาจประกาศรายชื่อมากกว่าร้อยละ 60 ในกรณีที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกคนสุดท้ายมีคะแนนเท่ากัน
- คณะฯ จะพิจารณาผู้ผ่านการคัดเลือกรอบ 1.1 โดยให้สัดส่วนที่นั่งสำหรับผู้สมัครที่ศึกษาในโรงเรียนนอกเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ คิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนรับในโครงการนี้ ทั้งนี้อาจประกาศรายชื่อมากกว่าร้อยละ 40 ในกรณีที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกคนสุดท้ายมีคะแนนเท่ากัน
- ในกรณีผู้ผ่านการคัดเลือกจากโรงเรียนในเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ไม่ครบร้อยละ 60 ของจำนวนรับในโครงการ คณะแพทยศาสตร์ขอสงวนสิทธิ์พิจารณานำจำนวนที่นั่งว่างให้แก่ผู้สมัครจากโรงเรียนนอกเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ
- การพิจารณาในแบบ 1.2 จะพิจารณาดังต่อไปนี้
- คุณสมบัติตามแบบ 1.1 (ผลงาน Portfolio ตามข้อ 1-5) ค่าน้ำหนักร้อยละ 85
- Adj. T-SCORE TGAT ความถนัดทั่วไป (รหัสวิชา 90) ค่าน้ำหนักร้อยละ 15
- เป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ฉบับ พ.ศ. 2559 เรื่องคุณสมบัติ เฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ดังต่อไปนี้
- มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง อันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น หรือเป็นข้อจำกัด หรืออุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วยหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 ถึง 2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (Speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (Sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความผิดปกติในการเห็นภาพ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้วแย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 หรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันเห็นว่า เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- ทั้งนี้ สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคที่มิได้ระบุไว้ อาจจะถูกพิจารณาโดยคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2570 ระบบ TCAS รอบที่ 1 Portfolio เมื่อพิจารณาตัดสินแล้วให้ถือว่าผลการพิจารณาเป็นที่สิ้นสุด
เอกสารประกอบการสมัคร
ส่งเอกสารทางออนไลน์เท่านั้น
- ใบสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- ใบแสดงผลการเรียน
- เอกสาร ปพ.1 (5 เทอม) (สำหรับโรงเรียนไทย)
- Transcript ของโรงเรียนหรือสถาบันสอบ (สำหรับโรงเรียนนานาชาติ)
- หลักฐานผลคะแนนที่ใช้คัดเลือก
- ผลสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL)
- หลักฐานการชำระเงิน
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) จำนวนหน้าไม่เกิน 6 หน้า
ค่าน้ำหนักแฟ้มสะสมผลงาน ร้อยละ 70 และ การสัมภาษณ์ ร้อยละ 30
จัดทำผลงานผ่าน TCASFolio และส่ง URL TCASFolio หรือ ไฟล์ PDF- หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ
ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้- ข้อมูลพื้นฐานของผู้สมัคร
- ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติเบื้องต้น
- สำหรับโรงเรียนไทย
- ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAx) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม)
- ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ได้แก่ วิชาชีววิทยา เคมี และภาษาอังกฤษ เฉลี่ยแต่ละวิชา
- สำหรับโรงเรียนนานาชาติ
- เกรดเฉลี่ยรายวิชา (ใน 2 วิชาคือ ชีววิทยา และเคมี) ใน Grade 10 – 11 (US) หรือ Year 11 – 12 (UK) หรือผลการสอบ IGCSE, GCSE หรือ GCE ‘O’ level แต่ละวิชา
- ในกรณีผลการเรียนรายวิชาชีววิทยา/เคมี/ภาษาอังกฤษ ไม่ผ่านเกณฑ์ ให้กรอกข้อมูลผลการสอบ IB higher level/ AP Subject Tests/MCAT (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- สำหรับโรงเรียนไทย
- ข้อมูลและรายการหลักฐานเกี่ยวกับผลคะแนนสอบ (45 คะแนน)
- ผลการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL iBT/TOEFL ITP) โดยสอบภายใน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร
- หมวดที่ 2 : เรียงความ/คำนำ/Statement of purpose
ให้นักเรียนแนะนำตนเองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ ณ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ อธิบายจุดมุ่งหมายในชีวิต ทัศนคติ ความถนัดในการเรียน กิจกรรม ตลอดจนงานอดิเรกต่าง ๆ หรือสิ่งอื่นๆ ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของนักเรียน (Statement of purpose) (5 คะแนน)- ไม่อนุญาตให้ตอบโดยใช้ Generative AI
- พิมพ์เป็นภาษาไทย
- ความยาวไม่เกิน 500 คำ
- หมวดที่ 3 : หนังสือรับรอง (Recommendation letter)
ให้ผู้สมัครแนบหลักฐานทางการศึกษา คือ เอกสาร ปพ.1 / เอกสารการสอบ / Transcript ที่ออกโดยโรงเรียน
- หมวดที่ 4 : กิจกรรม/รางวัล
ให้ผู้สมัครโครงการเรียนดีภาษาอังกฤษจัดทำผลงานดังนี้ (ไม่อนุญาตให้ตอบโดยใช้ Generative AI)- กิจกรรมหรือผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 จำนวน 1 ผลงาน (5 คะแนน)
- ระบุชื่อหัวข้อกิจกรรม/ผลงาน วันที่จัดกิจกรรม/แสดงผลงาน และสถานที่
- อธิบายถึงกิจกรรมหรือผลงานนี้เกี่ยวข้องกับการแพทย์อย่างไร และนักเรียนได้เรียนรู้อะไร รู้สึกอย่างไรจากกิจกรรมนี้ พิมพ์เป็นภาษาไทย
- แนบรูปภาพหลักฐานดังนี้
- เอกสารรับรองการเข้าร่วม/เกียรติบัตร จำนวน 1 รูป
- รูปถ่ายการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนไม่เกิน 2 รูป
- ตัวอย่างกิจกรรมที่ไม่นับว่าเป็นผลงาน ได้แก่ การแข่งขันหรือตอบปัญหาทางด้านการแพทย์และ/หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ การบริจาคให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ การลงเรียนคอร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และ/หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือผลงานที่ซ้ำกับผลงานข้ออื่น
- ผลงานด้านอื่นๆ ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 จำนวน 1 ผลงาน (15 คะแนน)
- ต้องเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ (เลือก 1 ด้าน)
- นวัตกรรม/วิจัย
- ด้านจิตอาสาและภาวะผู้นำ (ไม่นับการบริจาคทุกชนิด)
- กีฬา/ศิลปะ/ดนตรี
- ด้านวิชาการ/การแข่งขันวิชาการ (ไม่นับการลงเรียนคอร์สต่างๆ และผลสอบวัดความรู้)
- ระบุชื่อหัวข้อกิจกรรม/ผลงาน วันที่จัดกิจกรรม/แสดงผลงาน และสถานที่
- อธิบายเกี่ยวกับบทบาทของนักเรียนทั้งในด้านการมีส่วนร่วม และความภาคภูมิใจในกิจกรรมหรือผลงานที่นำเสนอ พิมพ์เป็นภาษาไทย
- แนบรูปภาพหลักฐานดังนี้
- เอกสารรับรองการเข้าร่วม/เกียรติบัตร จำนวน 1 รูป
- รูปถ่ายการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนไม่เกิน 2 รูป
- ต้องเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ (เลือก 1 ด้าน)
- กิจกรรมหรือผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 จำนวน 1 ผลงาน (5 คะแนน)
- หมวดที่่ 5 : ข้อคำถาม
- ไม่มี
- หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ
เอกสารประกอบการสัมภาษณ์
- บัตรประจำตัวประชาชน
คุณสมบัติเพิ่มเติมแบบ 1.2
สัดส่วนที่ใช้ในการคัดเลือก
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และการสัมภาษณ์
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และการสัมภาษณ์ ค่าน้ำหนักร้อยละ 85
- กลุ่มวิชา TGAT/TPAT (Adj. T-SCORE)
- TGAT ความถนัดทั่วไป (รหัสวิชา 90) ค่าน้ำหนักร้อยละ 15
รหัสโครงการ 00410701108030 — แพทยศาสตร์ (รอบที่ 1 Portfolio)
- สำหรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ
- เป็นผู้กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ไม่น้อยกว่า 3.50
- มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชา (GPA) ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ได้แก่ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เฉลี่ยรวมแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 3.50 กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ผู้สมัครสามารถใช้ผลการสอบดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- ผลการสอบ IB higher level (1) Biology ≥ 6 (2) Chemistry ≥ 6 (3) Mathematics – Standard ≥ 6 หรือ Mathematics – Higher level ≥ 5 หรือ Physics ≥ 6 หรือ
- ผลการสอบ AP Subject Tests (1) Biology (2) Chemistry และ (3) Calculus AB หรือ Physics 1 – Algebra Based ≥ 4 หรือ
- ผลการสอบ MCAT ≥ 500 คะแนน หรือ Percentile ≥ 70 ขึ้นไป
- สำหรับหลักสูตรนานาชาติ
- เป็นผู้กำลังศึกษาอยู่ Grade 12 (ในระบบอเมริกัน, US) หรือ Year 13 (ในระบบอังกฤษ, UK) หรือสำเร็จการศึกษาแล้วไม่เกิน 2 ปี
- มีเกรดเฉลี่ยรายวิชาใน Grade 10-11 (US) หรือ Year 11-12 (UK) (4 เทอม) ใน 4 วิชา คือ 1.ชีววิทยา 2.เคมี 3.ฟิสิกส์ 4.คณิตศาสตร์ แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า Grade B+ หรือคะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 85% หรือมีผลการสอบ IGCSE, GCSE หรือ GCE ‘O’ level ใน 4 วิชาคือ 1.ชีววิทยา 2.เคมี 3.ฟิสิกส์ 4.คณิตศาสตร์ แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า Grade B+ หรือคะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 85% กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ผู้สมัครสามารถใช้ผลการสอบดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- ผลการสอบ IB higher level (1) Biology ≥ 6 (2) Chemistry ≥ 6 (3) Mathematics – Standard ≥ 6 หรือ Mathematics – Higher level ≥ 5 หรือ Physics ≥ 6 หรือ
- ผลการสอบ AP Subject Tests (1) Biology (2) Chemistry และ (3) Calculus AB หรือ Physics 1 – Algebra Based ≥ 4 หรือ
- ผลการสอบ MCAT ≥ 500 คะแนน หรือ Percentile ≥ 70 ขึ้นไป
- ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น
-
มีผลงาน Portfolio ดังต่อไปนี้
-
เป็นผู้ที่ผ่านการอบรมค่าย สอวน. ครั้งที่ 1 และได้รับการคัดเลือกไปอบรมค่าย สอวน. ครั้งที่ 2 ในสาขาวิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ดาราศาสตร์ ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ หรือภูมิศาสตร์ (ดำเนินการโดยมูลนิธิ สอวน. และเป็นผลงานภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร) (คิดน้ำหนัก 30%)
- มีผลสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร) (คิดน้ำหนัก 20%)
- TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 60 คะแนน
- TOEFL ITP ไม่น้อยกว่า 500 คะแนน
- Academic IELTS (Overall Band Score) ไม่น้อยกว่า 6.0 (ไม่รับผลการสอบ IELTS One Skill Retake)
- มีผลงานด้านวิทยาการข้อมูล จำนวน 1 ผลงาน (คิดน้ำหนัก 10%)
- มีผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ จำนวน 1 ผลงาน (คิดน้ำหนัก 5%)
- บทความแสดงเจตคติ (Statement of purpose) (คิดน้ำหนัก 5%)
- มีผลการประเมิน Multiple Mini-Interview (MMI) ในวันสัมภาษณ์ (คิดน้ำหนัก 30%)
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะพิจารณาคะแนนจากผลงาน Portfolio ข้อ 1-5 (คิดน้ำหนัก 70%) เพื่อคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสอบสัมภาษณ์และประเมิน Multiple Mini-Interview (MMI) จำนวน 20 คน ทั้งนี้ อาจประกาศรายชื่อมากกว่า 20 คน ในกรณีที่มีผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์คนสุดท้ายมีคะแนนเท่ากัน
- การพิจารณาในแบบ 1.2 จะพิจารณาดังต่อไปนี้
- คุณสมบัติตามแบบ 1.1 (ผลงาน Portfolio ตามข้อ 1-6) ค่าน้ำหนักร้อยละ 85
- Adj. T-SCORE TGAT ความถนัดทั่วไป (รหัสวิชา 90) ค่าน้ำหนักร้อยละ 15
- เป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ฉบับ พ.ศ. 2559 เรื่องคุณสมบัติ เฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ดังต่อไปนี้
- มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง อันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น หรือเป็นข้อจำกัด หรืออุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วยหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 ถึง 2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (Speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (Sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความผิดปกติในการเห็นภาพ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้วแย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 หรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันเห็นว่า เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- ทั้งนี้ สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคที่มิได้ระบุไว้ อาจจะถูกพิจารณาโดยคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2570 ระบบ TCAS รอบที่ 1 Portfolio เมื่อพิจารณาตัดสินแล้วให้ถือว่าผลการพิจารณาเป็นที่สิ้นสุด
เอกสารประกอบการสมัคร
ส่งเอกสารทางออนไลน์เท่านั้น
- ใบสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- ใบแสดงผลการเรียน
- เอกสาร ปพ.1 (5 เทอม) (สำหรับโรงเรียนไทย)
- Transcript ของโรงเรียนหรือสถาบันสอบ (สำหรับโรงเรียนนานาชาติ)
- หลักฐานผลคะแนนที่ใช้คัดเลือก
- เกียรติบัตรหรือหลักฐานการผ่านค่ายโอลิมปิก
- หลักฐานผลคะแนนที่ใช้คัดเลือก
- ผลสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL)
- หลักฐานการชำระเงิน
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) จำนวนหน้าไม่เกิน 7 หน้า
ค่าน้ำหนักแฟ้มสะสมผลงาน ร้อยละ 70 และ การสัมภาษณ์ ร้อยละ 30
จัดทำผลงานผ่าน TCASFolio และส่ง URL TCASFolio หรือ ไฟล์ PDF- หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ
ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้- ข้อมูลพื้นฐานของผู้สมัคร
- ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติเบื้องต้น
- สำหรับโรงเรียนไทย
- ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAx) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม)
- ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ได้แก่ วิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เฉลี่ยแต่ละวิชา
- สำหรับโรงเรียนนานาชาติ
- เกรดเฉลี่ยรายวิชา (ใน 4 วิชาคือ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์) ใน Grade 10 – 11 (US) หรือ Year 11 – 12 (UK) หรือผลการสอบ IGCSE, GCSE หรือ GCE ‘O’ level แต่ละวิชา
- ในกรณีผลการเรียนรายวิชาชีววิทยา/เคมี/ฟิสิกส์/คณิตศาสตร์/ภาษาอังกฤษ ไม่ผ่านเกณฑ์ ให้กรอกข้อมูลผลการสอบ IB higher level/ AP Subject Tests/MCAT (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- สำหรับโรงเรียนไทย
- ข้อมูลและรายการหลักฐานเกี่ยวกับผลคะแนนสอบ (20 คะแนน)
- ผลการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL iBT/TOEFL ITP) โดยสอบภายใน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร
- หมวดที่ 2 : เรียงความ/คำนำ/Statement of purpose
ให้นักเรียนแนะนำตนเองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ ณ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ อธิบายจุดมุ่งหมายในชีวิต ทัศนคติ ความถนัดในการเรียน กิจกรรม ตลอดจนงานอดิเรกต่าง ๆ หรือสิ่งอื่นๆ ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของนักเรียน (Statement of purpose) (5 คะแนน)- ไม่อนุญาตให้ตอบโดยใช้ Generative AI
- พิมพ์เป็นภาษาไทย
- ความยาวไม่เกิน 500 คำ
- หมวดที่ 3 : หนังสือรับรอง (Recommendation letter)
ให้ผู้สมัครแนบหลักฐานทางการศึกษา คือ เอกสาร ปพ.1 / เอกสารการสอบ / Transcript ที่ออกโดยโรงเรียน
- หมวดที่ 4 : กิจกรรม/รางวัล
ให้ผู้สมัครโครงการเรียนดีผลิตแพทย์นักวิทยาการข้อมูลจัดทำผลงานดังนี้ (ไม่อนุญาตให้ตอบโดยใช้ Generative AI)- ผลงานแสดงข้อมูลและรายการหลักฐานอันประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสอบแข่งขันโอลิมปิกวิชาการฯ หรือการได้รับคัดเลือกเข้าแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โอลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยเป็นงานภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร จำนวน 1 ผลงาน (30 คะแนน)
- กรอกข้อมูลเกี่ยวกับผลการเข้าสอบ สอวน.หรือ สสวท.ของผู้สมัคร
- อัปโหลดไฟล์หลักฐานเกียรติบัตรหรือหลักฐานการผ่านค่ายโอลิมปิก
- ผลงานด้านวิทยาการข้อมูล ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 จำนวน 1 ผลงาน (10 คะแนน)
- ระบุชื่อหัวข้อกิจกรรม/ผลงาน วันที่จัดกิจกรรม/แสดงผลงาน และสถานที่
- ระบุผลงานที่จัดขึ้น/จัดแข่งขั้นระดับใด
- อธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมหรือผลงานนี้ พิมพ์เป็นภาษาไทย
- แนบรูปภาพหลักฐานดังนี้
- เอกสารรับรองการเข้าร่วม/เกียรติบัตร จำนวน 1 รูป
- รูปถ่ายการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนไม่เกิน 2 รูป
- กิจกรรมหรือผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 จำนวน 1 ผลงาน (5 คะแนน)
- ระบุชื่อหัวข้อกิจกรรม/ผลงาน วันที่จัดกิจกรรม/แสดงผลงาน และสถานที่
- อธิบายถึงกิจกรรมหรือผลงานนี้เกี่ยวข้องกับการแพทย์อย่างไร และนักเรียนได้เรียนรู้อะไร รู้สึกอย่างไรจากกิจกรรมนี้ พิมพ์เป็นภาษาไทย
- แนบรูปภาพหลักฐานดังนี้
- เอกสารรับรองการเข้าร่วม/เกียรติบัตร จำนวน 1 รูป
- รูปถ่ายการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนไม่เกิน 2 รูป
- ตัวอย่างกิจกรรมที่ไม่นับว่าเป็นผลงาน ได้แก่ การแข่งขันหรือตอบปัญหาทางด้านการแพทย์และ/หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ การบริจาคให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ การลงเรียนคอร์สต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และ/หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือผลงานที่ซ้ำกับผลงานข้ออื่น
- ผลงานแสดงข้อมูลและรายการหลักฐานอันประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสอบแข่งขันโอลิมปิกวิชาการฯ หรือการได้รับคัดเลือกเข้าแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โอลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยเป็นงานภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร จำนวน 1 ผลงาน (30 คะแนน)
- หมวดที่่ 5 : ข้อคำถาม
- ไม่มี
- หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ
เอกสารประกอบการสัมภาษณ์
- บัตรประจำตัวประชาชน
คุณสมบัติเพิ่มเติมแบบ 1.2
สัดส่วนที่ใช้ในการคัดเลือก
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และการสัมภาษณ์
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และการสัมภาษณ์ ค่าน้ำหนักร้อยละ 85
- กลุ่มวิชา TGAT/TPAT (Adj. T-SCORE)
- TGAT ความถนัดทั่วไป (รหัสวิชา 90) ค่าน้ำหนักร้อยละ 15
รหัสโครงการ 00410701108040 — แพทยศาสตร์ (รอบที่ 1 Portfolio)
- สำหรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ
- เป็นผู้กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ไม่น้อยกว่า 3.50
- มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชา (GPA) ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ได้แก่ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เฉลี่ยรวมแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 3.50 กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ผู้สมัครสามารถใช้ผลการสอบดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- ผลการสอบ IB higher level (1) Biology ≥ 6 (2) Chemistry ≥ 6 (3) Mathematics – Standard ≥ 6 หรือ Mathematics – Higher level ≥ 5 หรือ Physics ≥ 6 หรือ
- ผลการสอบ AP Subject Tests (1) Biology (2) Chemistry และ (3) Calculus AB หรือ Physics 1 – Algebra Based ≥ 4 หรือ
- ผลการสอบ MCAT ≥ 500 คะแนน หรือ Percentile ≥ 70 ขึ้นไป
- สำหรับหลักสูตรนานาชาติ
- เป็นผู้กำลังศึกษาอยู่ Grade 12 (ในระบบอเมริกัน, US) หรือ Year 13 (ในระบบอังกฤษ, UK) หรือสำเร็จการศึกษาแล้วไม่เกิน 2 ปี
- มีเกรดเฉลี่ยรายวิชาใน Grade 10-11 (US) หรือ Year 11-12 (UK) (4 เทอม) ใน 4 วิชาคือ 1.ชีววิทยา 2.เคมี 3.ฟิสิกส์ 4.คณิตศาสตร์ แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า Grade B+ หรือคะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 85% หรือมีผลการสอบ IGCSE, GCSE หรือ GCE ‘O’ level ใน 4 วิชาคือ 1.ชีววิทยา 2.เคมี 3.ฟิสิกส์ 4.คณิตศาสตร์ แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า Grade B+ หรือคะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 85% กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ผู้สมัครสามารถใช้ผลการสอบดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- ผลการสอบ IB higher level (1) Biology ≥ 6 (2) Chemistry ≥ 6 (3) Mathematics – Standard ≥ 6 หรือ Mathematics – Higher level ≥ 5 หรือ Physics ≥ 6 หรือ
- ผลการสอบ AP Subject Tests (1) Biology (2) Chemistry และ (3) Calculus AB หรือ Physics 1 – Algebra Based ≥ 4 หรือ
- ผลการสอบ MCAT ≥ 500 คะแนน หรือ Percentile ≥ 70 ขึ้นไป
- ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น
- มีผลงาน Portfolio ดังต่อไปนี้
- เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและผ่านการแข่งขันหรือมีผลงานนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยต้องแสดงหลักฐานอันเป็นที่ประจักษ์ของผลงานนั้นๆ โดยใช้ผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 (น้ำหนักรวม 40%)
- มีผลสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (สอบภายใน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร) (คิดน้ำหนัก 20%)
- TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 60 คะแนน
- TOEFL ITP ไม่น้อยกว่า 500 คะแนน
- Academic IELTS (Overall Band Score) ไม่น้อยกว่า 6.0 (ไม่รับผลการสอบ IELTS One Skill Retake)
- มีผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ จำนวน 1 ผลงาน (คิดน้ำหนัก 5%)
- บทความแสดงเจตคติ (Statement of purpose) (คิดน้ำหนัก 5%)
- มีผลการประเมิน Multiple Mini-Interview (MMI) ในวันสัมภาษณ์ (คิดน้ำหนัก 30%)
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะพิจารณาคะแนนจากผลงาน Portfolio ข้อ1-4 (คิดน้ำหนัก 70%) เพื่อคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสอบสัมภาษณ์และประเมิน Multiple Mini-Interview (MMI) จำนวน 30 คน ทั้งนี้ อาจประกาศรายชื่อมากกว่า 30 คน ในกรณีที่มีผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์คนสุดท้ายมีคะแนนเท่ากัน
- การพิจารณาในแบบ 1.2 จะพิจารณาดังต่อไปนี้
- คุณสมบัติตามแบบ 1.1 (ผลงาน Portfolio ตามข้อ 1-5) ค่าน้ำหนักร้อยละ 85
- Adj. T-SCORE TGAT ความถนัดทั่วไป (รหัสวิชา 90) ค่าน้ำหนักร้อยละ 15
- เป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ฉบับ พ.ศ. 2559 เรื่องคุณสมบัติ เฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ดังต่อไปนี้
- มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง อันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น หรือเป็นข้อจำกัด หรืออุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วยหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 ถึง 2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (Speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (Sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีความผิดปกติในการเห็นภาพ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้วแย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 หรือ ความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันเห็นว่า เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- ทั้งนี้ สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคที่มิได้ระบุไว้ อาจจะถูกพิจารณาโดยคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2570 ระบบ TCAS รอบที่ 1 Portfolio เมื่อพิจารณาตัดสินแล้วให้ถือว่าผลการพิจารณาเป็นที่สิ้นสุด
เอกสารประกอบการสมัคร
ส่งเอกสารทางออนไลน์เท่านั้น
- ใบสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- ใบแสดงผลการเรียน
- เอกสาร ปพ.1 (5 เทอม) (สำหรับโรงเรียนไทย)
- Transcript ของโรงเรียนหรือสถาบันสอบ (สำหรับโรงเรียนนานาชาติ)
- หลักฐานผลคะแนนที่ใช้คัดเลือก
- ผลสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL)
- หลักฐานการชำระเงิน
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) จำนวนหน้าไม่เกิน 8 หน้า
ค่าน้ำหนักแฟ้มสะสมผลงาน ร้อยละ 70 และ การสัมภาษณ์ ร้อยละ 30
จัดทำผลงานผ่าน TCASFolio และส่ง URL TCASFolio หรือ ไฟล์ PDF- หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ
ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้- ข้อมูลพื้นฐานของผู้สมัคร
- ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติเบื้องต้น
- สำหรับโรงเรียนไทย
- ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAx) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม)
- ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (5 เทอม) ได้แก่ วิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เฉลี่ยแต่ละวิชา
- สำหรับโรงเรียนนานาชาติ
- เกรดเฉลี่ยรายวิชา (ใน 4 วิชาคือ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์) ใน Grade 10 – 11 (US) หรือ Year 11 – 12 (UK) หรือผลการสอบ IGCSE, GCSE หรือ GCE ‘O’ level แต่ละวิชา
- ในกรณีผลการเรียนรายวิชาชีววิทยา/เคมี/ฟิสิกส์/คณิตศาสตร์/ภาษาอังกฤษ ไม่ผ่านเกณฑ์ ให้กรอกข้อมูลผลการสอบ IB higher level/ AP Subject Tests/MCAT (สอบภายใน 3 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร)
- สำหรับโรงเรียนไทย
- ข้อมูลและรายการหลักฐานเกี่ยวกับผลคะแนนสอบ (20 คะแนน)
- ผลการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL iBT/TOEFL ITP) โดยสอบภายใน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร
- หมวดที่ 2 : เรียงความ/คำนำ/Statement of purpose
ให้นักเรียนแนะนำตนเองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ ณ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ อธิบายจุดมุ่งหมายในชีวิต ทัศนคติ ความถนัดในการเรียน กิจกรรม ตลอดจนงานอดิเรกต่าง ๆ หรือสิ่งอื่นๆ ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของนักเรียน (Statement of purpose) (5 คะแนน)- ไม่อนุญาตให้ตอบโดยใช้ Generative AI
- พิมพ์เป็นภาษาไทย
- ความยาวไม่เกิน 500 คำ
- หมวดที่ 3 : หนังสือรับรอง (Recommendation letter)
ให้ผู้สมัครแนบหลักฐานทางการศึกษา คือ เอกสาร ปพ.1 / เอกสารการสอบ / Transcript ที่ออกโดยโรงเรียน
- หมวดที่ 4 : กิจกรรม/รางวัล
ให้ผู้สมัครโครงการผู้มีอัจฉริยภาพด้านนวัตกรรมจัดทำผลงานดังนี้ (ไม่อนุญาตให้ตอบโดยใช้ Generative AI)- ให้แสดงผลงานและหลักฐานอันประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับผลงานด้านนวัตกรรมโดยใช้ผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 พิมพ์เป็นภาษาไทย (40 คะแนน)
- ระบุชื่อผลงานนวัตกรรมทางการแพทย์
- อธิบายที่มา ประเด็นปัญหาที่นำมาสู่การพัฒนาผลงานนวัตกรรมทางการแพทย์ พร้อมสรุปข้อมูลผลงานนวัตกรรมทางการแพทย์ (โดยย่อ)
- แนบรูปภาพหลักฐานดังนี้
- รูปภาพผลงานนวัตกรรมทางการแพทย์ จำนวนไม่เกิน 2 รูป
- หลักฐานอันประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวนไม่เกิน 2 รูป
- กิจกรรมหรือผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 จำนวน 1 ผลงาน (5 คะแนน)
- ระบุชื่อหัวข้อกิจกรรม/ผลงาน วันที่จัดกิจกรรม/แสดงผลงาน และสถานที่
- อธิบายถึงกิจกรรมหรือผลงานนี้เกี่ยวข้องกับการแพทย์อย่างไร และนักเรียนได้เรียนรู้อะไร รู้สึกอย่างไรจากกิจกรรมนี้ พิมพ์เป็นภาษาไทย
- แนบรูปภาพหลักฐานดังนี้
- เอกสารรับรองการเข้าร่วม/เกียรติบัตร จำนวน 1 รูป
- รูปถ่ายการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนไม่เกิน 2 รูป
- ตัวอย่างกิจกรรมที่ไม่นับว่าเป็นผลงาน ได้แก่ การแข่งขันหรือตอบปัญหาทางด้านการแพทย์และ/หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ การบริจาคให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ การลงเรียนคอร์สต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และ/หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือผลงานที่ซ้ำกับผลงานข้ออื่น
- ให้แสดงผลงานและหลักฐานอันประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับผลงานด้านนวัตกรรมโดยใช้ผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2567-2569 พิมพ์เป็นภาษาไทย (40 คะแนน)
- หมวดที่่ 5 : ข้อคำถาม
- คำถามข้อที่ 1 จงเลือกผลงานนวัตกรรมหรือโครงการที่ท่านภาคภูมิใจที่สุด 1 ผลงาน พร้อมอธิบายปัญหาที่ต้องการแก้ไข บทบาทของตนเอง และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คำตอบไม่เกิน 1,000 ตัวอักษร
- คำถามข้อที่ 2 ระหว่างการดำเนินโครงการดังกล่าว ท่านพบอุปสรรคหรือความล้มเหลวอะไร และท่านจัดการกับปัญหานั้นอย่างไร คำตอบไม่เกิน 1,000 ตัวอักษร
- คำถามข้อที่ 3 จงอธิบายกิจกรรม ประสบการณ์ หรือความสนใจอื่นที่สะท้อนศักยภาพด้านการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา หรือการพัฒนานวัตกรรมของท่าน คำตอบไม่เกิน 1,000 ตัวอักษร
- หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ
เอกสารประกอบการสัมภาษณ์
- บัตรประจำตัวประชาชน
คุณสมบัติเพิ่มเติมแบบ 1.2
สัดส่วนที่ใช้ในการคัดเลือก
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และการสัมภาษณ์
- แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และการสัมภาษณ์ ค่าน้ำหนักร้อยละ 85
- กลุ่มวิชา TGAT/TPAT (Adj. T-SCORE)
- TGAT ความถนัดทั่วไป (รหัสวิชา 90) ค่าน้ำหนักร้อยละ 15
ก่อนสมัครควรตรวจอะไรบ้าง
แต่ละรหัสโครงการอาจกำหนดคุณสมบัติ คะแนน เอกสาร หรือรูปแบบการคัดเลือกแตกต่างกัน แม้อยู่ในคณะเดียวกัน ก่อนสมัครควรตรวจจากหน้ารายละเอียดโครงการในระบบ มช. โดยเฉพาะ:
- คุณสมบัติผู้สมัครและเงื่อนไขเฉพาะของรหัสโครงการ
- รอบสมัครและจำนวนรับในช่องทางที่ผู้สมัครเลือก
- เอกสารที่ต้องยื่นและวิธีส่งเอกสาร
- ค่าธรรมเนียมภาคการศึกษาแรก และรายการค่าใช้จ่ายอื่นที่ประกาศกำหนด
- กำหนดการสมัครและประกาศผลฉบับล่าสุด
คำถามที่พบบ่อย
คณะแพทยศาสตร์ มช. TCAS70 เปิดกี่โครงการ
จากข้อมูลที่ตรวจในระบบ มช. พบ 4 โครงการ สำหรับ คณะแพทยศาสตร์ แต่ควรตรวจหน้าระบบอีกครั้งก่อนสมัคร เนื่องจากรายการอาจมีการอัปเดต
จำนวนรับรวมของ คณะแพทยศาสตร์ มช. TCAS70 เท่าไร
เมื่อรวมจำนวนรับตามประกาศของรายการที่พบ ได้ 75 ที่นั่ง โดยจำนวนรับจริงของแต่ละรหัสโครงการแสดงในตารางด้านบน
ใช้ข้อมูลนี้สมัครได้ทันทีหรือไม่
ตารางนี้ใช้เพื่อเปรียบเทียบสาขาและรหัสโครงการเบื้องต้นเท่านั้น ผู้สมัครต้องตรวจคุณสมบัติ วันสมัคร เอกสาร และประกาศฉบับล่าสุดจากระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก่อนดำเนินการสมัคร
แหล่งข้อมูล: https://admission.reg.cmu.ac.th/tcas/findfaculty.php — ตรวจข้อมูลเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 01:18 น. (เวลาไทย)
